รำลึก 60 ปีโศกนาฏกรรมมิวนิค กับเลข 8 ในตำนาน-ประวัติศาสตร์ของทีมปีศาจแดง

Supporters attend a commemoration service at the permanent memorial for the 1958 Munich Air Disaster

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1958 เกิดเหตุการณ์เครื่องบินระเบิดเนื่องจากลื่นไถลออกนอกรันเวย์ หรือที่รู้จักว่า “โศกนาฏกรรมมิวนิค” ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 23 คน และเหตุการณ์นั้นครบ 60 ปีในวันนี้-ปีนี้

สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สูญเสียนักเตะและบุคลากรของทีมรวมเป็นจำนวน 11 คนในเหตุการณ์นี้ เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแฟนบอล ได้ร่วมรำลึกเหตุการณ์นี้ทุกปี และปีนี้แฟนบอลก็ได้แสดงความรำลึกในเกมการแข่งขันที่สนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสโมสรได้จัดพิธีรำลึกอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 นี้

A picture shows the front of Old Trafford stadium with a clock and banners commemorating the 1958 Munich Air Disaster

เรื่องราวความสูญเสียครั้งนั้นเริ่มต้นที่ นักเตะทีมชุดใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ หรือที่เรียกกันว่า “บัสบี้ เบ๊บส์” กำลังเดินทางกลับจากการแข่งขันฟุตบอลรายการยูโรเปียน คัพ (ยูฟ่า แชมเปียน ลีกส์ ในปัจจุบัน) ในเกมฟาดแข้งกับทีม เรดสตาร์ เบลเกรด โดยเครื่องบินไฟลท์ BE609 ของสายการบิน British European Airways

ปัญหาอยูที่เครื่องบินมีน้ำมันไม่พอ จึงต้องแวะเติมน้ำมันที่สนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมัน แต่พอเติมน้ำมันเสร็จแล้วนักบินไม่สามารถนำเครื่องขึ้นได้ตามปกติ เครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวย์ชนรั้วสนามบินและบ้านข้างเคียง แล้วระเบิดในที่สุด

A banner that reads “we’ll never die” travels across the Stretford End in comemmoration of the 1958 Munich Air Disaster

อุบัติเหตุครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตรวม 23 คน เป็นนักเตะทีมแมนฯยูไนเต็ด 8 คน ได้แก่ โรเจอร์ ไบรน์, เจฟฟ์ เบนท์, เดวิด เพ็กก์, มาร์ก โจนส์, บิลลี่ วีแลน, เอ็ดดี้ โคลแมน, ทอมมี่ เทย์เลอร์, ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส และทีมสตาฟฟ์อีก 3 คน

Advertisment

นักเตะทั้ง 8 คนนี้คือกำลังสำคัญ เป็นความหวังและอนาคตของยูไนเต็ดในยุคนั้นที่กำลังเจิดจรัสสุด ๆ แต่อนาคตที่หวังไว้ก็พังลงไป

ในความมืดมิดนั้นยังเหลือแสงรำไรอยู่บ้างตรงที่ผู้จัดการทีม เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ รอดชีวิต และเขาได้สร้างทีมขึ้นมาใหม่ โดยมีนักเตะที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็นกำลังสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน นักเตะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Fans hold banners comemmorating the 1958 Munich Air Disaster

หลังความสูญเสียนั้น แมนฯยูไนเต็ดจบฤดูกาลด้วยมือเปล่าปีแล้วปีเล่า ใช้เวลา 10 ปี จึงพบกับความสำเร็จเมื่อ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกในปี 1968 โดยมี 3 นักเตะ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ ที่ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ จนกระทั่งมีรูปปั้น The United Trinity ที่หน้าสนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

นอกจาก 2 เหตุการณ์สำคัญในปี 1958 และ 1968 แล้ว เมื่อดูข้อมูลประวัติศาสตร์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเหตุการณ์และเรื่องราวในประวัติศาสตร์หลายอย่างที่เกี่ยวพันกับเลข 8

Advertisment

และนี่คือความเกี่ยวพันของเลข 8 กับตำนานและประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเรารวบรวมมา 8 ข้อ

1.ปี 1878 แผนกขนส่งสินค้าของบริษัทเดินรถไฟแลงคาเชียร์และยอร์คเชียร์ที่นิวตันฮีต ในเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อตั้งทีมฟุตบอลชื่อ   Newton Heath LYR (Lancashire and Yorkshire Railway) หรือ นิวตัน ฮีต แอลวายอาร์ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลระหว่างแผนกภายในบริษัท

2.ปี 1888 อังกฤษเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีก นิวตัน ฮีต เข้าร่วมเป็นสมาชิกและก่อตั้งฟุตบอลลีกภูมิภาค (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1902)

3.ปี 1908 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ครั้งแรก

4.ปี 1948 เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ คว้าแชมป์แรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ แชมป์เอฟเอคัพ

5.ปี 1958 สูญเสียนักเตะจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมมิวนิคไป 8 คน

6.ปี 1968 เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรก

7.ปี 2008 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปครั้งที่ 3

8.เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์รวมทั้งหมด 38 รายการ