เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,550 บาท รูปพรรณขายออก 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,550 บาท รูปพรรณขายออก 66,450 บาท
ปลัด มท.​จ่อลงนาม​สอบวินัยรายแรง​ 5 ข้าราชการ ส่อเอื้อทุจริตสอบท้องถิ่น
Politics ปลัด มท.​จ่อลงนาม​สอบวินัยรายแรง​ 5 ข้าราชการ ส่อเอื้อทุจริตสอบท้องถิ่น
ค่าเงินบาทวันนี้ (3 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.25 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (3 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.25 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สภาพอากาศวันนี้ (3 ก.ค.) อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 4 ภาค หนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News สภาพอากาศวันนี้ (3 ก.ค.) อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 4 ภาค หนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 2.4% อยู่ที่ 61,338 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 2.4% อยู่ที่ 61,338 เหรียญสหรัฐ
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ดูทั้งหมด

Telehealth ตัวช่วยผู้ป่วยโควิด กับทางเลือกใหม่ หาหมอผ่านจอ

18 ส.ค. 2564 | 17:27น.

พลพัต สาเลยยกานนท์ : เรื่อง

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่า ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ท่ามกลางการกลายพันธุ์ไม่รู้จบ ที่น่าจับตาล่าสุดคือ “สายพันธุ์เดลต้า” ที่ออกอาละวาดเป็นภัยเงียบ ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่ออกอาการ สร้างความปั่นป่วนและหนักใจให้กับวงการแพทย์ในประเทศไทยและทั่วโลก

ถึงกับต้องคิดหาวิธี “เพิ่มภูมิคุ้มกัน” ให้กับผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วต้องฉีดบูสเตอร์โดสกันใหม่เป็นเข็มที่ 3 ถ้าไวรัสออกฤทธิ์ร้ายลึกอีก มนุษย์ก็ต้องฉีดวัคซีนเป็นเข็มที่ 4 และอาจต้องฉีดไปเรื่อย ๆ เหมือนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

นอกจากโควิดจะทำลายร่างกายมนุษย์แล้ว ผลกระทบของโรคร้ายโรคใหม่เหมือนห่าลง ยังส่งผลให้ “ระบบสาธารณสุข” ของไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤต เกิดเหตุการณ์ “ขาดแคลน” ไปทุกอย่าง ทั้งวัคซีน หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ จนลามไปถึง “เตียงผู้ป่วย” ที่ไม่เพียงพอต่อการรับรักษา

จากผู้ป่วยอาการไม่มากกลายเป็นผู้ป่วยระดับโคม่า เชื้อวิ่งลงสู่ปอดเร็วขึ้นเพราะขาดการดูแลรักษาทันท่วงที วงการแพทย์-พยาบาลจึงต้องตัดสินใจเลือกใช้เครื่องช่วยหายใจกับกลุ่มผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้น และอีกหลายต่อหลายเหตุการณ์ล้วนมาจากสาเหตุประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ได้

แนวคิดเรื่องการรักษาตัวเองจากที่บ้าน (home isolation : HI) หรือการรักษาตัวเองภายในชุมชน (community isolation : CI) จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็น “ทางเลือกใหม่” ในการรักษาผู้ป่วยโควิดในประเทศไทย พร้อมแผนรับมือกับวิกฤตโควิด เข้าทำนอง “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

Home Isolation

– เป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย และไม่มีโรคอื่นร่วม

– เป็นผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว 7-10 วัน และแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้

– ผู้ป่วยสมัครใจแยกกักตัวในที่พักของตน

– อยู่คนเดียวหรือมีผู้อาศัยร่วมไม่เกิน 1 คน

– อายุน้อยกว่า 60 ปี และมีสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักตัวน้อยกว่า 90 กิโลกรัม หรือไม่มีภาวะโรคอ้วน

– ติดต่อ 1330 กด 14 (สปสช.) หรือแอดไลน์ @comcovid-19 เพื่อเข้าสู่ระบบ โดยกลุ่มผู้ป่วยจะได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร และอุปกรณ์ยังชีพ

– มีแพทย์ติดตามอาการทางระบบสื่อสารที่เหมาะสม

– หากมีความจำเป็นจะได้รับยาฟ้าทะลายโจร และยาฟาวิพิราเวียร์ พร้อมส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหากมีอาการเปลี่ยนแปลงและน่าห่วง

Community Isolation

หากไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้และในชุมชน มีการจัดตั้งศูนย์แยกโรคชุมชน (Community Isolation) ให้ติดต่อแกนนำหมู่บ้านหรืออาสาสมัคร เพื่อเข้ารับการกักตัวและรับการดูแลรักษาภายในศูนย์นี้ การจัดตั้งศูนย์แยกโรคชุมชนอาจทำได้โดยการติดต่อ สปสช. (โทร.1330)

สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์เช่นนี้คือ telehealth หรือ telemedicine ซึ่งเป็นบริการทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลสุขภาพทางไกลผ่านเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งมีบทบาทเป็นอย่างมากภายหลังสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เรียกได้ว่าเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เลยก็ว่าได้

ที่ผ่านมาแม้จะมีการพูดถึง telehealth อยู่บ้างในการเป็นทางเลือกในการรักษา แต่หลัก ๆ ผู้ป่วยหรือครอบครัวยังคงต้องการรักษาและพบแพทย์ที่โรงพยาบาล จึงอาจทำให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ส่วนใหญ่เน้นไปที่การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เนื่องจากยังมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างคือ การที่แพทย์ไม่สามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยได้เองโดยตรง จึงเป็นเรื่องยากในการวินิจฉัยโรคและตัดสินใจให้การรักษาอย่างถูกวิธี

แต่ครั้งนี้มาตรการ social distancing ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ติดเชื้อง่าย รุนแรง และไม่ค่อยแสดงอาการ telehealth หรือการดูแลสุขภาพทางไกลผ่านเครื่องมือสื่อสารจึงเข้ามาช่วยอย่างมาก อาทิ การให้คำปรึกษา ติดตามอาการ และแปลผลตรวจสุขภาพกับแพทย์

ล่าสุด กทม.ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแอปพลิเคชั่น BKK HI Care ระบบบริหารจัดการผู้ป่วย home isolation เพื่อจัดทำทะเบียนข้อมูลรายบุคคล สามารถติดตามและดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านได้อย่างใกล้ชิด

โดยผู้ป่วยสามารถรายงานอาการและรับคำแนะนำการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์และพยาบาลผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ BKK HI Care ซึ่งสามารถติดตามอาการและดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ระบบ BKK HI Care ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดย 1 เครื่องสามารถลงทะเบียนใช้งานได้มากกว่า 1 คน

ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสามารถโทร.แจ้งรายงานอาการกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นในด้านการจัดการผู้ป่วยใน HI หรือ CI เช่นเดียวกับโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ได้มีการพัฒนาระบบ telehealth ของตัวเองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ข้อมูลงานวิจัยของ McKinsey ระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคในสหรัฐหันมาใช้บริการ telehealth เพิ่มขึ้นจาก 11% ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจทั้งหมดในปี 2019 มาอยู่ที่ 46% ในปี 2020

เนื่องจากเป็นรูปแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จากการที่ผู้ป่วยมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังโรงพยาบาลในกรณีที่ไม่ได้เจ็บป่วยฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้มีการเลื่อนการรักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยไม่ฉุกเฉินออกไป

แต่ขณะเดียวกันผู้ป่วยบางส่วนยังมีความต้องการคำปรึกษาและคำแนะนำในการรักษาอาการป่วยทั่วไป ทำให้หันมาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มการรักษาพยาบาลออนไลน์กันมากขึ้น

ด้าน Statista ได้มีการคาดการณ์มูลค่าตลาด telehealth ของโลกในช่วงปี 2019-2026 จะเติบโตราว 21% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับในไทย telehealth ถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยเฉพาะในด้านการรักษาพยาบาลทางไกล หรือที่เรียกว่า telemedicine ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงแรกจะเน้นไปที่การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น รวมถึงการรักษาผู้ป่วยโรคทางจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษาและควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลยังสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วย แม้ว่า telehealth จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังมีความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของ telehealth เนื่องจากการตรวจของแพทย์ผ่านทาง VDO ยังมีข้อจำกัดในการตรวจวินิจฉัยที่ต้องอาศัยเครื่องมือแพทย์ร่วมด้วย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายเป็น “ตัวเร่ง” สำคัญที่ทำให้ความต้องการใช้งาน telehealth เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นคำตอบสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤตได้เป็นอย่างดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Home isolation โควิด-19