นาโนเทค จับมือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงนามร่วมมือการยกระดับคุณภาพน้ำ ด้วยนวัตกรรมระบบกำจัดความขุ่นและสารหนูในลุ่มน้ำกก นำร่องพื้นที่ตำบลแม่ยาว และตำบลริมกก 900 กว่าครัวเรือน
วันที่ 16 กันยายน 2568 ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จับมือพันธมิตรทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย ลงนามความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพน้ำด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ณ ห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
สำหรับการดำเนินงาานครั้งนี้ ได้มุ่งเป้าพื้นที่ลุ่มน้ำกกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ ยกนวัตกรรมระบบกำจัดความขุ่นและสารหนูสำหรับระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ให้สามารถกำจัดสารหนู ยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเพื่อเข้าสู่มาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย นำร่องบ้านริมกก ต.แม่ยาว และบ้านเมืองงิม ต.ริมกก กว่า 900 ครัวเรือน ให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัยสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างยั่งยืน

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จากสภาพปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมด้านน้ำโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำกกที่เป็นโจทย์และปัญหาสำคัญ ที่ผ่านมานาโนเทคได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นปัญหาจัดการคุณภาพน้ำ ในการตรวจวัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคสำหรับชุมชน ภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ระหว่างปี 2566-2568 และได้รับทุนอุดหนุนกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม (แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ปีงบประมาณ 2568
ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้น (Kick Off) กิจกรรมภายใต้แนวคิดการบูรณาการความร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากภาคส่วนที่ทำหน้าที่ให้บริการสาธารณะหรือชุมชนโดยเฉพาะน้ำสะอาดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยา การดูดซับ และการคำนวณระดับนาโน (NCAS) นาโนเทค สวทช. และหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า โจทย์หลักของการทำงานครั้งนี้ คือ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยได้กำหนดพื้นที่นำร่องใน 2 ตำบล คือ ตำบลแม่ยาว และตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย
เริ่มตั้งแต่การกําจัดความขุ่นเพื่อประเมินปริมาณสารสร้างตะกอนที่เหมาะสม ผ่านนวัตกรรมทั้งกระบอกวัดความขุ่นแบบแผ่นสังเกตเคลื่อนที่, อุปกรณ์ช่วยตกตะกอนชนิดกวนด้วยแม่เหล็กแบบสองความเร็ว สําหรับประเมินปริมาณสารสร้างตะกอนภาคสนาม (Mobile Jar Test), เว็บไซต์ที่จะช่วยคํานวณปริมาณสารตกตะกอนสําหรับระบบผลิตนํ้าประปาหมู่บ้าน รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจวัดภาคสนาม (M Sense)
นอกจากนี้ ยังศึกษาถึงวัสดุกรองจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่หาได้ง่าย ต้นทุนถูก และประสิทธิภาพดี อาทิ ถ่านกัมมันต์ ถ่านกระดูกสัตว์ ถ่านกะลาแมคาเดเมีย หรือถ่านไม้ไผ่ ที่นำมาดัดแปรพื้นผิวให้สามารถดูดซับสารหนู และออกแบบติดตั้งถังกรองเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่

นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา สทนช. ได้ให้ความสำคัญและพยายามในการบริหารจัดการปัญหาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก ทั้งปัญหาในมิติมหภาคจากความร่วมมือและเขตแดนระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำกก คุณภาพชีวิตประชาชน และมิติจุลภาคที่จะให้ประชาชนได้รับน้ำสะอาด
อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าในระยะต่อไป ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะนำแนวทางพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตน้ำประปาในพื้นที่ เกิดประโยชน์กับประชาชน และชุมชนในอนาคต

ขณะที่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีแม่น้ำกกไหลผ่านพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 16 แห่ง และมีพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำกกมากกว่า 100,000 ครัวเรือน แต่ด้วยปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา เป็นต้นมา ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มแม่น้ำกกเกิดความเสียหายรุนแรง คือ การพบการปนเปื้อนของโลหะหนักเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ซึ่งถือเป็นวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของจังหวัดเชียงราย
เพื่อขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงรายเป็น “เมืองสุขภาพดี วิถีน่ายล ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน” และ Chiang Rai Wellness City องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากรและทรัพยากรที่มีเพื่อมายกระดับระบบบริหารจัดการน้ำ รวมถึงระบบประปาหมู่บ้านที่ได้มาตรฐาน เหมาะกับการอุปโภคบริโภค เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และผลกระทบด้านสุขภาพ


