Skip to content

มช. ผนึก CPN ดันงานวิจัย Sustainovation ต่อยอดธุรกิจสู่ Net Zero 2050

15 ต.ค. 2568 | 13:37น.
มช. ผนึก CPN ดันงานวิจัย Sustainovation ต่อยอดธุรกิจสู่ Net Zero 2050

มช. เดินหน้าร่วมมือกับ CPN สร้างโมเดลต้นแบบ “Sustainovation” ผสานพลังองค์ความรู้ เทคโนโลยี และชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและนวัตกรรมเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจเครือ CPN สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) “การส่งเสริมการนำองค์ความรู้งานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์และการสร้างธุรกิจเพื่อพัฒนาสังคมแห่งความยั่งยืน” ณ Exhibition Hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มช. มุ่งส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ของ มช. ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มช. และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ซึ่งถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ

โดยความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งใช้ศักยภาพงานวิจัยของ มช. ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม (Sustainable Ecosystem)” ที่เชื่อมโยงความยั่งยืนในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “Sustainovation” หรือ “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการประยุกต์ใช้จริงในระดับพื้นที่ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Sustainable Ecosystem) ที่สามารถขยายผลไปสู่ระดับประเทศ

ทั้งนี้ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มช. โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ได้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนและเชื่อมโยงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับภาคเอกชน ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI–CMU) และสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ (MRDI–CMU) เพื่อขับเคลื่อนโครงการนำร่องใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.การคัดแยกและจัดการเศษอาหารด้วย BCG Model (Circular Economy Waste Management Model) 2.การสร้างถนนรักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิล (Green Road) และ 3.การเสริมศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมเพื่อสังคม (Start-up & SME Empowerment) ซึ่งถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมบูรณ์

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ได้สะท้อนบทบาทของ มช. ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อรับใช้สังคม ผ่านการมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเซ็นทรัลพัฒนาฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำงานวิจัยออกจากห้องทดลอง สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG และ Net Zero

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงเป็นต้นแบบของการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ มช. เดินหน้าตามพันธกิจการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมเพื่อสังคม” ที่พร้อมผลักดันผลงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาอย่าง มช. ซึ่งมีศักยภาพด้านวิจัยและเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยการลงนามในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ ชุมชน และงานวิจัย เพื่อผลักดันโมเดล Sustainovation ให้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยการบูรณาการความรู้และนวัตกรรมเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ สู่กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โดย มช. ได้มีการริเริ่มนำร่องโครงการต่างๆ อย่างเช่น Circular Economy Waste Management Model ซึ่งได้รับความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มช. (ERDI–CMU) และเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) โดยมุ่งปิดวงจรขยะเศษอาหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เข้าสู่กระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ (CBG) เพื่อนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงทดแทน พร้อมนำกากตะกอนจากการผลิตกลับมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพาะปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

ซึ่งนำร่องปลูกในอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ผลผลิตที่ได้จะถูกนำกลับมาจำหน่ายใน “กาดหลวง” ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ซึ่งถือเป็นการสร้างคุณค่าร่วมในทุกขั้นตอน และเป็นต้นแบบของการจัดการขยะอย่างยั่งยืนที่เกิดขึ้นจริงในระดับชุมชน โดยในอนาคตจะขยายพื้นที่ทำ Contact Farming กับเกษตรกรในอีกหลายพื้นที่

อีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนความร่วมมือข้ามภาคคือ “Green Road – ถนนรักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิล” ซึ่งเกิดจากการร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มช. (MRDI–CMU) และเทศบาลเมืองกระบี่ โดยได้นำขยะพลาสติก จำนวน 2.5 ตัน และ ไบโอชาร์ (Biochar) 5.8 ตัน ที่ผลิตจากชีวมวลพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มาเป็นส่วนผสมหลักในการก่อสร้างถนน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 25.89 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ 1,250 ต้นต่อปี ถือเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ โครงการ Start-up & SME Empowerment เป็นอีกความร่วมมือสำคัญที่ STeP ได้เข้ามามีบทบาทหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมรายย่อย ให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาทักษะด้านธุรกิจและการบริหารจัดการ รวมถึงการยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในระดับท้องถิ่น