เทศกาลดีปาวาลี-กินเจ สงขลา รถบัสมาเลเซียเข้าไทยแน่น ท่องเที่ยวชายแดนใต้ยังคึกคัก คาดเงินหมุนสะพัด 350 ล้านบาท
มติชนรายงานว่า นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดชายแดน (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการค้าในส่วนของการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ นักท่องเที่ยวจากชาวมาเลเซียจะเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ไม่เหมือนเดิม จะมีการใช้จ่ายน้อยลง การค้าขายในส่วนธุรกิจการท่องเที่ยว ยังเดินไปได้ดีตามบริบท 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“การเดินทางท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่จะเป็นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมศาสนา วัฒนธรรมศาสนาเชิงการเกษตร วัฒนธรรมศาสนาเชิงอาหารและวิถีชีวิต”
นายณัฐนนท์กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้มีความพยายามส่งเสริมในการเข้าถึงสินเชื่อต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชน ด้วยการมีสิทธิพิเศษ คือดอกเบี้ยต่ำ เวลา 2 ปี และมีความพยายามไม่ให้เกิด NPL ซึ่งมีธุรกิจการค้า ลูกค้าที่ทั้งนักท่องเที่ยวภายใน และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย นอกจากนั้นจะเป็นภาครัฐ ซึ่งไปได้ตามบริบท 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัทให้บริการรถบัส รถตู้นำเที่ยว เปิดเผยว่า ธุรกิจรถบริการรถนำเที่ยวมีผลประกอบการที่ดี และที่เป็นหลักจะเป็นนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมศาสนา และนอกนั้นเชิงทัศนศึกษา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมศาสนาจะขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
นายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย นายกสมาคมการท่องเที่ยว จ.สงขลา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยทางภาคใต้และ จ.สงขลา ได้ให้ความนิยมต่างเข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะขากลับจะแวะเข้าห้างและร้านค้าก่อนเพื่อไปช็อปสินค้า
นายทรงชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ในช่วงวันเทศกาล วันขัตฤกษ์สำคัญ บางวันมีรถบัส 60-80 คัน รถบัสนำเที่ยว และบางวัน 100 บัสนำเที่ยว ส่วนวันธรรมดาจะมี 5-10 คัน นักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ชาวมาเลเซีย ประมาณ 80% จะแวะไปจอดเพื่อสินค้าตอนขากลับ โดยเฉลี่ยอัตราการซื้อขายขั้นต่ำประมาณ 50,000 บาทต่อคัน รถบัสนำเที่ยว ยังไม่รวมรถตู้ ฯลฯ สินค้ายอดนิยมซื้อประเภทอาหารสำเร็จรูปในกลุ่มมาม่า ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง และเวชภัณฑ์
นายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา กล่าวว่า วันที่ 17-19 ต.ค. เป็นเทศกาลดีปาวาลีสำคัญของชาวอินเดีย ทำให้ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย จะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยว เนื่องจากจะเป็นวันหยุดยาวโดยเฉพาะหาดใหญ่สงขลา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียง จะเข้ามาปริมาณมาก และจะเข้ามามากเป็นประจำทุกปี และต่อเนื่องด้วยเทศกาลกินเจของชาวจีน ไปจนถึงวันที่ 29 ต.ค. 68 จำนวน 10 วัน ชาวมาเลเซียและชาวไทยจะเดินทางเข้าทำบุญร่วมกินเจ และร่วมกิจกรรมยังหาดใหญ่สงขลาเป็นจำนวนมากและเป็นประจำทุกปี
“เทศกาลกินเจมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วม มีขบวนแห่พระรอบเมือง การแสดงสิงโต ร้านอาหารเจนานาชาติ และอาหารเจ 4 ภาคกว่า 100 ร้าน การเสวนาอาหารเพื่อสุขภาพ กินเจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชาวมาเลเซียจะเดินทางเข้าและเดินทางออกรวมเทศกาลดีปาวาลีและเทศกาลกินเจประมาณเกือบครึ่งเดือน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 30,000 คน โดยค่าใช้จ่ายภาพรวมต่อคนประมาณ 5,000 บาทต่อวัน จะเป็นเงิน 300-350 ล้านบาทที่หมุนสะพัด จ.สงขลา”
