Skip to content

ชาวอยุธยาไม่ทน ชุมนุมประท้วง จี้รัฐบาลแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ผันน้ำลงทุ่ง 3 แสนไร่

07 พ.ย. 2568 | 14:18น.
ชาวอยุธยาไม่ทน ชุมนุมประท้วง จี้รัฐบาลแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ผันน้ำลงทุ่ง 3 แสนไร่

แยกถนนสายเสนา ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวอยุธยากว่า 200 คน รวมตัวประท้วงการบริหารน้ำที่ไม่เป็นธรรม วอนกรมชลประทานเร่งผันน้ำลงทุ่งรับน้ำอีก 300,000 ไร่  

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่บริเวณแยกถนนสายเสนา ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ประชาชนทั้ง 8 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 200 คน รวมตัวกันปิดถนนสายอยุธยา-เสนา อ.เสนา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยกรมชลประทาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ต่อมาเวลา 09.30 น. นายประพันธ์ตี บุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาเพื่อพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหกอำเภอเดินทางมาอำนวยความสะดวกการจราจรและความปลอดภัยจำนวน 75 นาย มาคอยอำนวยความสะดวก โดยเบื้องต้นจะมีรัฐมนตรี หรือตัวแทนรัฐมนตรีลงพื้นที่รับเรื่องจากลุ่มผู้ชุมนุม

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางมาเจรจากับชาวบ้านเพื่อหาข้อสรุปตามคำร้องเรียนของชาวบ้าน

ตัวแทนชาวบ้าน อ.เสนา ได้กล่าวถึงความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ขณะนี้ประชาชนอยู่ในสภาวะเครียดสะสม ด้วยระยะเวลา 3 เดือนแล้วที่ประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ มีบ้านเรือนกว่า 30,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก บางรายต้องย้ายมานอนเต็นท์บนถนน ความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณอนามัย

ทั้งนี้ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ไม่มีรายได้ในช่วงน้ำท่วม  ถนนหลายเส้นไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากถูกน้ำท่วม โรงเรียนหลายแห่งปิดการเรียนการสอน สัตว์เลี้ยงการเกษตรล้มตาย เกิดเหตุจมน้ำเสียชีวิตโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ไม่เป็นระบบและเป็นธรรรม กล่าวคือ ปัจจุบันในทุ่งป่าโมก, ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด มีพื้นที่ทั้งหมดมี 200,000-300,000 ไร่ เป็นทุ่งที่กักเก็บน้ำมีลักษณะเหมือนแก้มลิง ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก อีกทั้งยังสามารถระบายน้ำไปทางทิศใต้และตะวันตก สู่คลองพระยาบันลือ และแม่น้ำนครชัยศรีได้อีก จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ปัญหา ด้วยการลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เป็นระบบและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ดำรงชีวิตเป็นปกติสุขต่อไป

ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง จำนวน 10 อำเภอ 132 ตำบล 902 หมู่บ้าน 56,738 ครัวเรือน เสียชีวิต 14 ราย อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอผักไห่ และอำเภอพระนครศรีอยุธยา