Skip to content

หอ 5 ภาคชงโครงการ Quick Win เสนอนายกประชุมใหญ่ 23 พ.ย.

12 พ.ย. 2568 | 09:04น.
หอ 5 ภาคชงโครงการ Quick Win เสนอนายกประชุมใหญ่ 23 พ.ย.

หอ 5 ภาคชงร่างสมุดปกขาวเสนอนายกฯ อนุทิน 21-23 พ.ย.นี้ งานประชุมใหญ่หอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 43 จังหวัดสงขลา ปรับแผนชงโครงการระยะสั้น กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง หอเหนือชงจัดโซนปลูกข้าวพันธุ์ดี หออีสานดันร่าง พ.ร.บ.NeEC ภาคใต้จี้รัฐอัดงบฯโครงการเก่า ตะวันออกชงมหานครผลไม้

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย เตรียมจัดงาน “สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 43” ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth : ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” ซึ่งเป็นเวทีระดมเครือข่ายภาคเอกชนจากทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวนโยบาย และร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย โดยตลอดระยะเวลาของการจัดสัมมนา คาดจะมีผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมกว่า 1,500 คน

“เราจะรวบรวมความคิดเห็นจากเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศจัดทำเป็นสมุดปกขาว ทั้งนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเสนอแนวคิดและแนวทางการทำงานให้กับภาครัฐ และการประชุมหอการค้าทั่วประเทศครั้งนี้ได้เน้นเรื่องปลดล็อกในประเด็นที่ค้างคา ที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจและขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเป็นครั้งแรกที่ได้นำเรื่องคอร์รัปชั่นขึ้นมาปลุกให้ทุกฝ่ายได้ตระหนัก รวมมือลดปัญหา อีกประเด็นที่ภาคเอกชนกังวลคือเรื่อง พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการด้วย”

เหนือชงจัดโซนปลูกข้าวพันธุ์ดี

นายสมบัติ ชินสุขเสริม ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หอการค้าภาคเหนือจะนำเสนอโครงการพัฒนาภาคเหนือ 2 เรื่อง ที่เน้นให้เป็นโครงการ Quick Win ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี กำหนดโซนนิ่งภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่ โดยต้องการเสนอให้รัฐบาล-กระทรวงเกษตรฯเข้ามาส่งเสริมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยจะดึงศักยภาพของ 3 จังหวัดที่มีข้าวพันธุ์ดีเพื่อ Branding สู่ตลาดในประเทศและตลาดโลก ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งปลูกข้าว “หอมใบเตย” ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง อุทัยธานีบางส่วน รวมถึงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการโรงสีในจังหวัดกำแพงเพชร เป็นแหล่งปลูกข้าว “พันธุ์ทับทิมชุมแพ” และจังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งปลูกข้าว “กอเดียวพิจิตร” โดยจะประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น สู่ตลาดในประเทศและยกระดับสู่การส่งออกต่างประเทศในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน

2.โครงการ “ลดเหนือเหนือ” หรือ Northern Grand Sale เป็นโครงการที่เครือข่ายหอการค้า 17 จังหวัดภาคเหนือ จะรวบรวมผู้ประกอบการร้านค้าเพื่อร่วมกันทำแคมเปญในช่วงเดียวกันทั้งจังหวัด ในช่วงระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่หมดไฮซีซั่น และเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ขณะเดียวกันจะนำผู้ประกอบการจัดกิจกรรมงานแฟร์ข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยจะร่วมกับห้างสรรพสินค้า และผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ ร่วมจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ

อีสานดันร่าง พ.ร.บ.NeEC

นายสมชาติ พงคพนาไกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า 1.การขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) โดยจัดทำร่างพระราชบัญญัติ NeEC และตั้งคณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง 2.การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขง 7 จังหวัด รวมกับ 3 จังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น ศรีสะเกษ ส่วนอุดรธานี และสกลนคร เป็น 2 จังหวัดที่มีสนามบิน โดยมีการเชื่อมโยงเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ของดีแต่ละจังหวัด การปรับปรุงสภาพแวดล้อม ปรับพื้นที่สันทนาการ เลนปั่นจักรยาน 3.โครงการส่งเสริมและสร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมโคเนื้อครบวงจร ในพื้นที่อีสานตอนล่าง เช่น จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์

ส่งเสริมให้ทำฟาร์มโคเนื้อตามมาตรฐาน GFM (Good Farming Management) ของกรมปศุสัตว์ 4.ขอให้ภาครัฐเยียวยาผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งขณะนี้กำลังร้อนระอุขึ้นมาอีกแล้ว

ใต้จี้งบฯมติ ครม.โครงการเก่า

นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยต้องการเสนอให้มีการเร่งรัดโครงการเก่า ๆ ที่ยังค้างคา โดยหลายโครงการได้นำเสนอผ่านมติ ครม.สัญจร ที่รัฐบาลได้บอกจะจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการภาครัฐ 300 ล้านบาท และภาคเอกชน 300 ล้านบาท แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ

เช่น จ.นครศรีธรรมราช เสนอ 2 โครงการสำคัญ คือ โครงการโครงสร้างพื้นฐานสร้างสีสันถนนราชดำเนินรองรับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกผลักดันเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของภาคใต้และระดับประเทศ และโครงการแช่แข็งน้ำเกลือประมงชายฝั่ง โดยงบประมาณ 50 ล้านบาท ต่างเป็นโครงการที่ประชาชนมีความต้องการ แต่กลับไม่ได้รับงบประมาณในปี 2568 ซึ่งทุกฝ่ายต่างรอกันอยู่ รวมถึงอีกหลายโครงการของ จ.สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ชุมพร ทั้งนี้ โครงการที่นำเสนอของฝั่งอ่าวไทยทั้งหมดจะต้องไปหารือร่วมกันอีกครั้งในที่ประชุมใหญ่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ทั้งหมดตามที่ต้องการ เพราะในส่วนของภาคใต้จะมีข้อเสนอโครงการของภาคใต้ฝั่งอันดามันมารวมกันด้วย

นายกิตติพิชญ์ กลับคุณ ประธานหอการค้าจังหวัดพัทลุง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในการนำเสนอต่อหอการค้าไทยในการประชุมทั่วประเทศที่ จ.สงขลา หอการค้าจังหวัดพัทลุง จะทำการผลักดันโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยเมืองชุ่มน้ำโลก และทะเลน้อยลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศธรรมชาติระดับภูมิภาคและประเทศ ส่วน จ.สงขลา ทางหอการค้าจังหวัดสงขลา ยังคงเน้นนำเสนอท่าเรือท่องเที่ยวรองรับเรือสำราญ (Cruise)

นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มหอการค้าจังหวัดชายแดนใต้ จะนำเสนอ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพและทุเรียนแปลงใหญ่ ตลอดจนพัฒนาล้งทุเรียนคุณภาพ ต้องการเครื่องมืออุปกรณ์ CT สแกนคัดแยกทุเรียนคุณภาพ 2.โครงการพัฒนาและขุดลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี ซึ่งได้สร้างแล้วเสร็จตั้งปี 2561 แต่ร่องน้ำตื้นเขินไม่ลึก เรือไม่สามารถจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าได้ จึงมีความจำเป็นต้องขุดลอกร่องน้ำท่าเรือปัตตานี ซึ่งจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงานก่อให้เกิดการจ้างแรงงานจำนวนมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตะวันออกชงมหานครผลไม้

แหล่งข่าวจากหอการค้าภาคตะวันออกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้การนำเสนอโครงการในร่างสมุดปกขาวจะเสนอโครงการที่สามารถทำได้จริงภายในระยะเวลาอันสั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลเองมีเวลาในการบริหารประเทศจำกัด โดยเฉพาะในภาพรวมจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาการค้าการส่งออก โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบภาษีทรัมป์ เพื่อเร่งกระตุ้นการส่งออก ในส่วนภาคตะวันออกได้เตรียมเสนอโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แบ่งเป็นด้านการค้า การลงทุน ค้าชายแดน จะผลักดันจัดงาน EEC FAIR / EEC EXPO เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง และจังหวัดนอก EEC ส่วนด้านเกษตรและอาหาร จะเสนอขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์มหานครผลไม้เมืองร้อนของประเทศไทย

ด้านการท่องเที่ยวและบริการ จะนำเสนอโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล และสร้างเครือข่ายในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก โดยจะขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสนับสนุนงบประมาณในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้นำกิจกรรมทางน้ำ และมัคคุเทศก์ทางทะเลให้มีมาตรฐานสากล และสร้างเครือข่ายในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก เป็นต้น นอกจากนี้ ต้องการเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดตั้งสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก เพื่อทำหน้าที่ประสานและบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เสนอแนะและให้ความเห็นในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัด รวมทั้งเชื่อมโยงการพัฒนา EEC

ภาคกลางดัน Product Champion

นายครองพล พนาสันติภาพ ประธานหอการค้าภาคกลาง หอการค้าไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หอการค้าภาคกลางจะนำเสนอโครงการพัฒนาภาคกลาง ในด้านการค้า การลงทุน เช่น 1.โครงการ Product Champion เพื่อส่งเสริมภาคเกษตรและอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดยเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่นภาคกลาง 2.โครงการ Kanchanaburi Movie Studio เนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีมีภูมิประเทศสวยงาม มีโลเกชั่นหลากหลาย จึงต้องการเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสนับสนุนและผลักดันให้จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเมืองแห่งการถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อก่อให้เกิดอาชีพใหม่และสร้างรายได้ให้ชุมชนในระยะยาว

สำหรับด้านเกษตรและอาหาร ต้องการเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการสร้างกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ด้านการท่องเที่ยวและบริการ ต้องการนำเสนอพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Routes) ในแต่ละจังหวัดให้มีความโดดเด่นตามศักยภาพพื้นที่, โครงการ Sport Culture Tourism เพื่อบูรณาการการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Quick Win หอการค้าไทย