Skip to content

สวน-ล้งจี้ลดขั้นตอนอนุญาต นำชาวเมียนมาลี้ภัยเก็บลำไยตะวันออกพีก

12 พ.ย. 2568 | 14:10น.
สวน-ล้งจี้ลดขั้นตอนอนุญาต นำชาวเมียนมาลี้ภัยเก็บลำไยตะวันออกพีก

สวน-ล้งลำไยตะวันออกแห่นำแรงงานเมียนมานับหมื่นจากศูนย์พักพิงชั่วคราวมาเก็บลำไยช่วงพีก ทดแทนแรงงานกัมพูชา ส่งออกมั่นใจซื้อลำไยราคาสูงขึ้น คาดตลาดช่วงตรุษจีนราคาพุ่งจาก 28-30 บาท/กก. เป็น 33-35 บาท/กก.วอนภาครัฐอนุญาตให้แรงงานข้ามเขต จากจันทบรุีไปสระแก้วได้ พร้อมขอสำนักจัดหางานผ่อนปรนขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานให้เร็ว ผ่อนปรนผู้พิการสามารถทำงานได้

นายณรงค์เวทย์ มหเศรษฐพงษ์ ฝ่ายจัดซื้อผลผลิตลำไยเพื่อการส่งออก บริษัท ทีเอวาย อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต จำกัด (TAY Import Export Co.,Ltd.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้เริ่มนำแรงงานชาวเมียนมาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านต้นยาง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จำนวน 201 คน เข้ามาเก็บลำไยทดแทนแรงงานกัมพูชา ที่ตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ผลการทำงานเป็นที่น่าพอใจ สามารถคัดแยกเกรดลำไยบรรจุตะกร้า 4 เบอร์ มีรายได้ตะกร้าละ 45 บาท เฉลี่ยแล้วมีรายได้ 300-400 บาท/วัน/คน

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีล้งเกือบ 10 แห่งได้สอบถามข้อมูลมาว่า สนใจนำแรงงานเมียนมาเข้ามาใช้เช่นกัน คาดว่าน่าจะยังต้องการแรงงานถึง 10,000 คน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจที่จะซื้อลำไยสูงขึ้น จากช่วงที่มีปัญหาแรงงาน ลำไยที่ไม่ได้เหมาสวน ราคา กก.ละ 18-20 บาท และราคาเหมาสวน กก.ละ 28-30 บาท ตอนนี้ราคาขยับขึ้น 28-32 บาท/กก.

คาดว่าช่วงตรุษจีน (17 ก.พ. 69) ราคาลำไยตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นกุมภาพันธ์ 2569 น่าจะสูงขึ้นถึง 35 บาท/กก. แรงงานเมียนมาลอตแรกที่เข้ามาอายุเฉลี่ย 30 ปี เราจำกัดอายุแรงงาน 18-59 ปี ประมาณ 70% เป็นเพศชาย จะปีนต้นลำไยเก่ง คาดว่าจะพัฒนาเพิ่มทักษะทดแทนแรงงานกัมพูชาได้ โดยล้งรับซื้อลำไย ใช้แรงงานเก็บลำไย ประมาณ 900 คน

ภายหลังมีปัญหาชายแดนมีแรงงานเหลือเพียง 400-600 คน คาดว่าถ้ารับเพิ่มได้เต็มอัตราอีก 200 คน โดยกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 จะนำเข้ามาอีก 43 คน

ความต้องการลำไยจากตลาดจีนยังคงสูง โดยเฉพาะช่วงพีกเดือน พ.ย. 68-ม.ค. 69 มีลำไยออกถึง 80% และช่วงตรุษจีน กลางเดือนธันวาคม 2568-มกราคม 2569 ล้งหลายแห่งมีออร์เดอร์จำนวนมากต้องการแรงงานเพื่อเก็บเกี่ยว และการแพ็กบรรจุ

ตอนนี้มีความต้องการแรงงานเมียนมาถึง 10,000 คน ซึ่งแรงงานในกลุ่มผู้ลี้ภัยสงครามจากค่ายอพยพชั่วคราว มีประมาณ 200,000-300,000 คน คาดว่ากว่า 50,000 คน มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานไทยภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ศูนย์พักพิงตั้งอยู่

Longan, Myanmar

ค่าใช้จ่ายที่ต้องขอใบอนุญาตทำงานระยะเวลา 1 ปี คนละ 2,200 บาท นายจ้างออกให้ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือคือผ่อนชำระจากค่าแรงงาน บริษัทจ่ายค่าแรงทุกสัปดาห์ ส่วนค่าที่พัก น้ำ ไฟฟรี โดยแรงงานเมียนมาขอเพียงการประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ในที่พักทุกเช้าวันอาทิตย์ ช่วงเวลา 06.00-08.00 น. เมื่อหมดช่วงฤดูเก็บลำไยเดือนมีนาคม 2569 ใบอนุญาตทำงาน 1 ปียังไม่ครบ แรงงานอาจจะขอลากลับบ้าน และในปีต่อ ๆ ไป สามารถขอใบอนุญาตมาทำงานต่อได้

เพียงแต่ตอนนี้ภาครัฐช่วยพิจารณาผ่อนปรนขั้นตอนการขอใบอนุญาตทำงาน จากสำนักงานจัดหางานให้รวดเร็วทันเวลาเงื่อนไขที่กำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันยื่นเอกสาร รวมทั้งพิจารณาผ่อนปรนให้ผู้พิการสามารถทำงานได้ และขออนุญาตนำแรงงานเมียนมาในจังหวัดจันทบุรีไปเก็บลำไยในจังหวัดสระแก้วได้ จะทำให้เกษตรกรจังหวัดสระแก้วขายลำไยได้ราคาสูงขึ้น เพราะตอนนี้แรงงานไทยเก็บราคาต่ำกว่าจังหวัดจันทบุรีประมาณ 1 บาทเศษ

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี เขต 3 กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากมติ ครม.วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ให้ผู้หนีภัยสู้รบเมียนมาสามารถออกมาทำงาน ที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรีได้ มีโอกาสช่วยประสานงานกับหลายหน่วยงานในจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

ตอนนี้มีปัญหาเรื่องขั้นตอนการขอใบอนุญาตทำงานจากสำนักงานจัดหางาน จ.จันทบุรี เนื่องจากระบบการกรอกข้อมูลที่จ้าง Outsource มาออกแบบ และต้องมีอีเมล์ของแรงงาน

ซึ่งแรงงานกลุ่มหนึ่งมี 4-5 คน มีโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องดียว เป็นปัญหาอุปสรรคที่ล่าช้าและการอนุญาตต้องรอการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เกรงว่าจะไม่ทันภายใน 15 วัน แม้ว่าจะขอขยายเวลาจาก อ.ปลายทางได้อีก 15 วัน บริษัทรับซื้อลำไยรายใหญ่อาจไม่มีปัญหา มีเจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลได้ แต่นายจ้างรายย่อยที่มีแรงงาน 2-3 คน อาจจะกรอกข้อมูลออนไลน์เองไม่ได้

เรื่องนี้ได้มีนำเสนอข้อมูลผ่านไปยังกรมการจัดหางานเพื่อพิจารณา ส่วนปัญหาการใช้แรงงานในเขตพื้นที่ใกล้เคียงมีจำกัดได้เพียงจังหวัดเดียว ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการขออนุญาตในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องระบุมาจังหวัดเดียว หรือส่วนของกระทรวงแรงงานที่ทำได้ทั่วประเทศ แต่ต้องเป็นนายจ้างคนเดิม ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง