ร้านค้าปุ๋ยอ่วม แบกต้นทุนค่าขนส่ง หลังต้องรอคิวหน้าโรงงานนานกว่า 3 วัน คาดสต๊อกเก่าตรึงราคาได้ไม่เกิน 2-3 เดือน เตรียมคิดสูตรปุ๋ยใหม่ใช้วัตถุดิบในประเทศ หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ชี้หากสงครามยืดเยื้อ ต้องนำเข้าปุ๋ยสูตรอื่นทดแทนจากจีน รัสเซียแก้ปัญหาขาดแคลนปุ๋ย
นางวริสา มีเจริญ เจ้าของสวน M.J. Orchard อ.เขาสมิง จ.ตราด เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ร้านจำหน่ายต้องแบกรับภาระค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เพราะต้องต่อคิวที่หน้าโรงงานกว่า 3-4 วัน ส่งผลให้ทางร้านต้องปรับราคาปุ๋ยขึ้นไปแทบทุกสูตร 40-50 บาท/กระสอบ ส่วนชาวสวนหลายคนต่างกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนมากกว่าราคา จึงพากันกักตุน ทำให้ปุ๋ยมีราคาแพงขึ้น ทำให้ร้านค้าย่อยที่ไม่ได้โควตาปุ๋ยสต๊อกไว้ต่างขายจนหมด
ด้านนายธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการ ผจก. หจก. ชัยพฤกษ์ อโกรเทค จำกัด อ.ขลุง จ.จันทบุรี เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันร้านจำหน่ายปุ๋ยต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น จากต้นทุนขนส่งจ้างรถไปรับปุ๋ยที่โรงงานที่พระนครศรีอยุธยา ตันละ 380-400 บาท ใช้รอคิวนาน 2-3 วัน
คาดว่าหากราคาน้ำมันมีการปรับสูงขึ้น บริษัทนำเข้าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราคาปุ๋ยต้องปรับขึ้นแน่นอนถ้าปุ๋ยในสต๊อกหมด ที่ผ่านมาประสบการณ์จากร้านจำหน่ายปุ๋ยมา 22 ปีมีวิกฤตที่ทำให้ปุ๋ยแพงกว่านี้มาแล้ว พุ่งไปสูงถึงกระสอบละ 1,100-1,200 บาท
หากสงครามยืดเยื้อขนส่งไม่ได้ ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยจะน่ากังวลกว่าราคาปุ๋ยแพง บางบริษัทอาจจะผลิตลดลงและจำกัดลดโควตาร้านจำหน่าย หรือบริษัทหยุดขายแม่ปุ๋ยยูเรียเพื่อทำปุ๋ยเบลาก์ทดแทนโดยใช้วัตถุดิบในประเทศ
ทางด้านนายวิสุทธิ์ นพพันธ์ กรรมการ ผจก.บริษัท จันทบุรีคลังเกษตร จ.จันทบุรี เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มีการปรับราคาปุ๋ยขึ้นบางตัว ตันละไม่เกิน 500 บาท สถานการณ์ปุ๋ยในขณะนี้ยังไม่เกิดการขาดแคลน แต่มีการจำกัดโควตาให้ร้านจำหน่ายน้อยลง ทำให้มีการแข่งขันเรื่องราคา โดยเฉพาะปุ๋ยสูตร 46-0-0 ราคาเพิ่มขึ้นจากกระสอบละ 840 บาท เป็น 900-1,000 บาท ส่วนสต๊อกเก่าที่มีคาดว่าจะสามารถตรึงราคาได้ไม่เกิน 2-3 เดือน
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์สู้รบยาวเราอาจต้องสั่งปุ๋ยจากจีน รัสเซีย หรือประเทศอื่น ๆ แทนสั่งจากตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนี้ทางร้านชะลอการสั่งซื้อสินค้าลอตใหม่ เพราะราคามีความผันผวน หากสินค้าหมดต้องปล่อยให้หมดหรือเลือกแบรนด์ที่มาทดแทน