เครือมติชนประกาศความพร้อมจัดงาน Thailand Healthcare 2026 ภายใต้แนวคิด “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 18 ปีของงานแฟร์สุขภาพอันดับหนึ่งของประเทศ พร้อมด้วยพันธมิตรด้านสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมประกาศเจตนารมณ์
งานในปีนี้มุ่งชวนคนไทยเปิดมุมมองใหม่ของการดูแลสุขภาพ ที่มุ่งเน้นการมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย โดยยึด 4 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ปั้นหุ่นสตรอง-กินแบบสมาร์ต-ฮีลใจให้บาลานซ์-หลับลึกชาร์จพลัง ผ่านการถ่ายทอดทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และทดลองได้จริง
ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ. มติชน กล่าวว่า ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา งาน Thailand Healthcare มุ่งเน้นที่จะกระตุ้นให้ประชาชนมีความใส่ใจในสุขภาพของตัวเอง ผ่านกิจกรรมหลักคือ การให้บริการเรื่องการตรวจสุขภาพที่ฟรีกับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนที่อยู่ในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอด 17 ปีที่ผ่านมา รวมถึงในปีที่ 18 ด้วย
งานมาพร้อมกับคอนเซปต์คือ “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” Longevity ก็เป็นคอนเซปต์ใหม่ ซึ่งตนเข้าใจว่าทุกท่านที่อยู่ในแวดวงสุขภาพก็จะเริ่มได้ยิน เริ่มพูดถึงมัน หรือเริ่มตื่นตัวกับมันมากขึ้นตามลำดับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสื่อมวลชนเองรวมไปถึงบุคลากรทางสาธารณสุข
โดยคอนเซปต์นั้นตนเข้าใจว่าคุณหมอทุกท่านน่าจะอธิบายได้ดีกว่า แต่จริง ๆ แล้ว ในฐานะที่จัดงานนี้มา 17 ปี ก็เห็นแนวโน้มที่ว่าความหมายของการดูแลสุขภาพมันขยับขยายจากการป้องกันหรือรักษาโรคภัยไข้เจ็บ มาสู่การเตรียมสุขภาวะขั้นพื้นฐานของเราให้แข็งแรงตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เป็นคีย์หลักของ Longevity และเป็นธีมหลักของงาน Thailand Healthcare ในปีนี้ด้วย

อีกประเด็นหนึ่งที่ปราปต์อยากจะเสริมคือ ท่ามกลางสถานการณ์ที่พูดถึงเรื่อง Longevity หรือ Wellness สภาพในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นพัฒนาการที่เริ่มแรกจะมีความเป็นกิจกรรมที่ลักเซอรีและดูเฉพาะกลุ่มของผู้ที่อาจจะมีต้นทุนทางสังคม ต้นทุนทางเศรษฐกิจมากหน่อย
อีกด้านหนึ่ง เราอาจจะเริ่มเห็นแนวโน้มว่าบุคลากรในภาครัฐก็เริ่มพูดถึง Longevity หรือ Wellness ในฐานะที่บางท่านก็อาจจะนิยามว่าเป็น New Growth Engine ของระบบเศรษฐกิจไทย
ประเด็นหลักของงานในปีนี้ คือหน้าที่ของมติชนที่จัดงาน Thailand Healthcare อีกด้านหนึ่ง เราอาจจะพยายามทำให้ประเด็นเรื่อง Longevity เป็นประเด็นทางสุขภาพที่จะทำให้ผู้คนทั่วไป ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงมันมากขึ้น และคิดว่าตนเองก็น่าจะดูแลสุขภาพได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นด้วยตัวเอง
ตนคิดว่าคนที่มาร่วมงานกับเรา ทั้งฝ่ายผู้รับบริการและฝ่ายให้บริการ ก็คงตระหนักดีอยู่แล้วว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มคนเข้างานหลักของเราคือกลุ่มผู้สูงวัย สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยพอดี
แต่ประเด็นหนึ่งของปีนี้คือ เมื่อเอา Longevity เข้ามา ทำให้ผู้สูงวัยตระหนักด้วยว่าไม่ใช่แค่เรื่องการรักษาโรคภัยหรือการตรวจหาโรคภัยอีกต่อไป แต่พัฒนาไปสู่การดูแลสุขภาพตัวเองได้อย่างยั่งยืนและก่อนที่จะเกิดโรคภัยกว่านั้น
ในขณะเดียวกัน เราก็อยากให้คนกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาร่วมกับงานของเราด้วย อาจจะเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น หรือเป็นคนในวัยทำงานเยอะขึ้น ซึ่งอาจจะยังไม่มีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บเสียทีเดียว แต่ตั้งใจที่จะดูแลสุขภาพหรือเตรียมสุขภาพขั้นพื้นฐานตัวเองให้ดี
สธ.ยกทัพให้บริการ
ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความยินดีในการเป็นภาคีสำคัญร่วมงาน Thailand Healthcare 2026 โดยเข้าร่วมในรูปแบบ “เมืองสาธารณสุข” มาทุกปีอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปีนี้มีกรมและหน่วยงานในสังกัดร่วมจัด ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย และกรมแพทย์แผนไทย โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการหลัก คือ การจัดบริการสุขภาพให้แก่ประชาชน การให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย และการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล
บริการคัดกรองที่โดดเด่นในงาน ประกอบด้วยการตรวจแคลเซียมสกอร์สำหรับโรคหัวใจโดยสถาบันโรคทรวงอก การตรวจสุขภาพฟัน ซึ่งงานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุว่าการมีฟันไม่ต่ำกว่า 20 ซี่ในผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้มีอายุยืนเกิน 100 ปี การตรวจมวลกระดูกเพื่อป้องกันการหกล้ม และการตรวจสุขภาพสายตาโดยวัดไร่ขิง ซึ่งล้วนเป็นเคล็ดลับร่วมกันของผู้ที่มีอายุยืนยาว
กระทรวงสาธารณสุขยังผลักดันนโยบายการแพทย์ขั้นสูง ทั้งด้าน ATMP และ Precision Medicine ควบคู่กับการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย สปา และนวดไทยในฐานะเครื่องมือสร้างรายได้ให้ประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ พร้อมทั้งเน้นการยกระดับทักษะของ อสม. กว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน
“เราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การเพิ่มจำนวนปีให้กับอายุขัย แต่เราต้องการเพิ่มคุณค่าของชีวิตให้กับจำนวนปีที่เหลืออยู่ให้มากที่สุด”

นวัตกรรมตอบโจทย์
ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในปี 2569 สปสช. ต้องการเปลี่ยนมุมมองของประชาชนที่มักนึกถึง สปสช. เฉพาะในบริบทของการรักษาโรค หรือสโลแกน “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2545 มาสู่การให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างจริงจัง
ไฮไลท์สำคัญที่ สปสช. นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วย ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยี HPV DNA Test สำหรับสุภาพสตรีอายุ 30–60 ปี ที่มีความสะดวกในการใช้งานเทียบเท่าชุดตรวจ ATK นวัตกรรมชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับจากปัสสาวะซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยพบว่าเขตสุขภาพที่ 13 หรือกรุงเทพมหานครมีอัตราการตรวจพบสูงที่สุดในประเทศอย่างน่าตกใจ
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทย อาทิ รากฟันเทียมไทย กระดูกศีรษะเทียมจากเทคโนโลยี 3D Printing ระบบ AI อ่านผลเอกซเรย์ปอดที่สามารถคัดกรองความผิดปกติได้ถึง 8 รายการ รวมถึงแผ่นรองเท้าอัจฉริยะ Surasole ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพื่อวิเคราะห์การลงน้ำหนักและช่วยออกแบบ Insole เฉพาะบุคคล
ขณะที่ ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. กล่าวว่า สวทช. มุ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบบัตรทอง โดยปีนี้นำเสนอระบบ AI ตรวจสุขภาพช่องปากที่สามารถคัดกรองโรคฟันผุและโรคปริทันต์จากภาพถ่ายสมาร์ตโฟน ซึ่งพัฒนาขึ้นท่ามกลางข้อมูลที่น่าเป็นห่วงว่าคนไทยกว่าร้อยละ 50 เป็นโรคฟันผุโดยไม่ทราบตัว
ภายในงาน สวทช. ยังได้จำลองบรรยากาศโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พร้อมทันตาภิบาลให้บริการตรวจฟันฟรี และเปิดให้เห็นกระบวนการ Validation กว่าจะมาเป็น Medical AI ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อเป็นแนวทางแก่นวัตกรรุ่นต่อไป

ส่วน พญ.พัทธ์ศรัณย์ ธนะสุพรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลนำกล้องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบมุมกว้างพิเศษ Ultra Wide Field ที่สามารถถ่ายภาพได้กว้างถึง 133 องศา มาให้บริการตรวจฟรีภายในงาน เพิ่มขึ้นจากกล้องทั่วไปที่ถ่ายได้เพียง 42 องศา เพื่อช่วยตรวจพบรอยโรคเริ่มต้น เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตาเสื่อม ได้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้าน แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า บูธอภัยภูเบศรนำเสนอแนวคิดการปลูกผักพื้นบ้านในแนวตั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือพื้นที่จำกัด พร้อมแจกต้นไม้วันละ 100 ต้น ได้แก่ แป๊ะตำปึง พญายอ เนียมหูเสือ และลิ้นมังกร ซึ่งล้วนเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางยา
อีกทั้งยังแจกหนังสือ “บันทึกของแผ่นดิน เล่มที่ 15 เรื่องแกงส้ม” และ “สมุนไพรท้องไส้” วันละ 100 เล่ม เพื่อส่งเสริมแนวคิดอาหารเป็นยาให้กับประชาชน
สำหรับ รศ.นพ.อัตรชัย มิ่งมาลัยรักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ปีนี้โรงพยาบาลก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 และเข้าร่วมงาน Thailand Healthcare เป็นครั้งแรก
โดยนำบริการตรวจคัดกรองโรคที่พบบ่อยในเขตเมือง ทั้งการตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 การตรวจหลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid Doppler) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง การตรวจองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) และบริการทันตกรรมครบวงจร
ไฮไลท์ทางวิชาการคือการนำเสนอนวัตกรรมการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ โดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ได้รับการยืนยันว่าเป็นสถาบันแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำหุ่นยนต์มาใช้ในการผ่าตัดหัวใจ รวมถึงนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเวลาการฟื้นตัวของผู้ป่วย
นอกจากนี้ยังนำแพทย์แผนจีนมาร่วมให้บริการควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบบูรณาการอย่างครบวงจร
งาน Thailand Healthcare 2026 “Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” จะจัดขึ้น 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 – วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
โดยยังคงให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ผู้เข้าร่วมงานตามแนวทางที่ดำเนินมาตลอด 18 ปี พร้อมเพิ่มกิจกรรม Workshop จากพันธมิตรอย่าง Iwely รองรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ในวัยทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน
