เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

พัทลุงลุยเปิดสัมปทานรังนกอีแอ่น ครั้งที่ 5 ท่ามกลางวิกฤตราคาร่วง-เศรษฐกิจซบ

06 พ.ค. 2569 | 17:35น.

พัทลุงเตรียมเปิดประมูลสัมปทานรังนกอีแอ่นครั้งใหม่ หลังสัญญาปี 2564-2569 มูลค่า 400 ล้านบาทใกล้สิ้นสุด ด้านนายกอบจ. ย้ำทำหน้าที่โปร่งใสเที่ยงธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของจังหวัด ขณะที่สมาคมรังนกเผย ราคา ‘รังนกถ้ำ’ ร่วงเหลือ 6-7 หมื่นบาท/กก. ส่วน‘รังนกบ้าน’เหลือ 10,000 บาท/กก. ฝั่งผู้ประกอบการชี้ปัญหากฎหมาย-ท้องถิ่น “เกียร์ว่าง” ฉุดไทยเสียโอกาส จี้ท้องถิ่นเร่งออกใบอนุญาต แข่งขันตลาดจีนที่บริโภคพุ่งปีละกว่า 1,000 ตัน

นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง (อบจ.) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง และประธานคณะทำงานการกำหนดราคากลางและระยะสัญญาการสัมปทานรังนกอีแอ่นท้องที่จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า การสัมปทานจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงครั้งที่ 4 ในระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 8 กันยายน 2569 มูลค่า 400 ล้านบาท ตามพรบ.อากรรังนกอีแอ่นพ.ศ.2540 ซึ่งใกล้จะหมดสัญญาการสัมปทาน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการว่างเว้นสัญญาการสัมปทานจึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อนำไปสู่การยื่นซองการสัมปทานรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง

โดยมติของคณะกรรมการได้มีหนังสือขอข้อมูลการสัมปทานรังนกฯ ไปยังจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด ที่มีการสัมปทานรังนกประกอบด้วย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.พัทลุง จ.กระบี่  จ.ตรัง จ.พังงา จ.สตูล  และ จ.ตราด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาในการกำหนดราคากลาง พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง เพื่อขอข้อมูลราคารังนกในท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะราคารังนกในประเทศจีน สิงคโปร์และมาเลเซีย

นอกจากนี้ยังมีการสำรวจข้อมูลของสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการกำหนดวงเงินหลักประกันซอง วงเงินประกันสัญญา และการกำหนดราคากลางในการยืนซองการประกวดราคาการสัมปทานจัดเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง รวมทั้งขออนุญาตการดำเนินการสัมปทานรังนกฯ จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชตามกฎหมายฉบับใหม่

สำหรับการสัมปทานรังนกฯ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ที่ผ่านมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ในปี 2546 ระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 500 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในปี 2552 ระยะเวลา 7 ปี มูลค่า 709 ล้านบาท ครั้งที่ 3 ในปี 2559 ระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 450 ล้านบาท และครั้งที่ 4 ในปี  2564-2569  ระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 400 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,059 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนสัมปทานรังนกฯในปีที่ 5 หลายฝ่ายกังวลมูลค่าราคาการสัมปทาน เนื่องจากสถานการณ์ทางสภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามคณะกรรมการจะทำหน้าที่ให้โปร่งใสเที่ยงธรรมให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

“ขณะนี้การเตรียมความพร้อมนี้ได้ก้าวหน้าไปมาก มั่นใจว่าจะสามารถเปิดยื่นซองการประกวดราคาการสัมปทานการจัดเก็บรังนกฯ ในครั้งแรกภายในเดือนพฤษภาคม 2569” นายวิสุทธิ์กล่าว

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ประมาณการณ์ว่าในการยื่นซองประมูลต่อคณะกรรมการพิจารณา ฯ จะมีหลายรายแต่ที่จะแข่งขันเข้ารอบประมาณ 2 ราย หนึ่งในนั้นคาดว่าจะเป็นรายเดิมที่ได้เข้ายื่นประมูลเมื่อครั้งที่แล้ว(บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด เป็นผู้ได้รับปทานมูลค่า 400 ล้านบาท)

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรังนกอีแอ่น เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผลผลิตรังนกกว่า 500 ตันต่อปี สร้างมูลค่าทั้งหมดกว่า 8,500 ล้านบาท /ปี  แต่ปัจจุบันราคารังนกอีแอ่นทั้งรังนกถ้ำและรังนกบ้านราคาปรับลดลงมาก เช่น ‘รังนกอีแอ่นถ้ำ’ หรือ ‘รังนกธรรมชาติ’เคยราคาสูงสุดถึง 120,000 บาท/กก.  ปัจจุบันเหลือ 60,000 – 70,000 บาท/กก.  สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณกว่า 300 ตัน/ปี และมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 100 ตัน/ปีสร้างมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท

ส่วน ‘รังนกแอ่นบ้าน’ หรือ ‘รังนกเลี้ยง’ เดิมราคากว่า 30,000 – 50,000 บาท/กก. ปัจจุบันเหลือ 10,000 บาท/กก.  สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณกว่า 200 ตัน/ปี สร้างมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การผลิตรังนกอีแอ่นในภาคเหนือและภาคอีสานมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าภาคใต้ มีผลผลิตปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งลานประมูลแต่ละครั้งจะได้ผลผลิตประมาณ 1.5 – 2 ตัน/เดือน

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ส่วนภาวะการการตลาดรังนกอีแอ่นที่ต้องชะลอตัว เนื่องจากตลาดส่งออกหลัก คือประเทศจีน และเมืองไชน่าทาวน์จากทั่วโลกที่ผ่านมามีการชะลอการบริโภค อีกปัจจัยคือจีนมีมาตรการเข้มงวดทางกฎหมายมากกับรังนกอีแอ่น ส่งผลให้รังนกอีแอ่นไทยได้สูญเสียการตลาดไป สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อรังนกอีแอ่นถ้ำหรือรังนกอีแอ่นธรรมชาติทำให้ราคาปรับตัวลง

ส่วนสถานการณ์การดูแลรักษาเกาะรังนกอีแอ่นในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงจังหวัดชุมพร มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนเข้าดูแล

“จากเกาะรังนกอีแอ่นถ้ำที่ยังว่างสัมปทานก็เกิดการโจรกรรมรังนกอีแอ่นถ้ำเกิดขึ้นที่ต่อเนื่อง และขณะนี้รังนกอีแอ่นใต้ดินได้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจึงได้ส่งผลกระทบต่อราคาที่ได้ตกลงเช่นกัน” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าว ยังกล่าวอีกว่า หากสถานการณ์ราคารังนกอีแอ่นถ้ำยังคงอยู่ในสภาพนี้และในการตั้งราคากลางที่ยึดเอาตลาดรังนกอีแอ่นถ้ำจากประเทศจีนราคา 200,000 – 400,000 บาท/กก. มาคำนวณตั้งราคากลางในการเปิดประมูล จะทำให่การประมูลเดินต่อไปไม่ได้และจะเกิดเป็นรังนกอีแอ่นร้างซึ่งจะส่งกระทบต่อรายได้เข้าประเทศ

นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ ผู้ประกอบการรังนกอีแอ่น และกรรมการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกอีแอ่น (ประเทศไทย)  และอดีตนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกอีแอ่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า รังนกอีแอ่นที่ราคาปรับตัวลงเพราะเกิดจากปัญหาทางกฎหมายที่ผ่านมา และขณะนี้กฎหมายจะผ่านหน่วยของรัฐทุกหน่วยแล้วที่ดูแลรับผิดชอบทั้งหมดแล้ว แต่ยังติดกับสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย คือเทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล ที่จะต้องยกร่างออกกฎหมายข้อบัญญัติท้องถิ่นมารับรองรังนกอีแอ่นบ้านเพื่อให้นายกเทศมนตรีออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการรังนกอีแอ่นบ้าน

รวมถึงผู้ประกอบการจะได้ขออนุญาตประกอบการรังนกอีแอ่นบ้าน จะได้แนบใบอนุญาตประกอบการ จึงจะสามารถส่งออกประเทศจีนได้ เพราะประเทศจีนต้องการรังนกอีแอ่นที่มีกฎหมายรับรอง ที่ระบุถึงแหล่งกำเนิด แหล่งผลิต แหล่งล้งผู้ส่งออก และโรงล้างรังนกอีแอ่น ฯลฯ

“หากรังนกอีแอ่นไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นรังนกอีแอ่นผิดกฎหมาย ส่งออกไปยังจีนจะถูกจับดำเนิคดีนตามกฎหมายของประเทศจีนทันที และจะเป็นมาตรการที่เข้มข้นด้วย ตอนนี้รังนกอีแอ่นของไทย ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะส่งออกไม่ได้ และนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมากในแต่ละปีก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะซื้อรังนกอีแอ่นของไทยกลับประเทศจีนเพื่อบริโภคและเป็นของฝาก” นายกมลศักดิ์กล่าว

นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า รังนกอีแอ่นเป็นที่นิยมของชาวจีนทั่วโลก มีบริโภคประมาณ 1,000 ตัน/ปี และแต่ละปีการบริโภคจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 % เนื่องจากจีนได้ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วว่ารังนกอีแอ่นมีประโยชน์ต่อการบริโภค

ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดรังนกอีแอ่นปัจจุบันพบว่าประเทศอินโดนีเซียมีสัดส่วนกว่า 70 % รองลงมาคือ ประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม  ส่วนประเทศไทยเดิมมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับที่ 3 แต่ปัจจุบันประสบภาวะ “เกียร์ว่าง” จากปัญหาข้อกฎหมายหลายฉบับ จนสูญเสียรายได้ในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น และภาพรวมทั้งประเทศ

การขอใบอนุญาตเก็บรังนกจากป่าไม้ต้องมีเอกสาร ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2)  จากเทศบาล หรือ อบต. เมื่อกรมอนามัยประกาศให้มีกิจการนี้ แล้วท้องถิ่นต้องเสนอเข้าสภาเพื่อขอความเห็นชอบดังนั้น นายกเทศมนตรีเทศบาล จึงจะมีอำนาจออกใบอนุญาตได้ ผมไปขอเมื่อปี 2568 มาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ โดยเฉพาะ ใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มีรังนกอีแอ่นบ้านถึง 400 -500 หลัง เป็นเพียงพื้นที่แห่งเดียว  ก็จะสร้างรายได้สร้างงานเข้าท้องถิ่น และประเทศเป็นจำนวนมาก” นายกมลศักดิ์ กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รังนก สัมปทาน