เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Biz Movement FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 กับ “รางวัล By แสนสิริ” ส่งต่อแรงบันดาลใจ สร้างคุณค่าให้สังคม
“วัชระพล” สั่งสกัดปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว ป้องแหล่งประมง 1.9 พันล้าน เปิดทางผ่อนผันเครื่องมือจับ
เศรษฐกิจภูมิภาค “วัชระพล” สั่งสกัดปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว ป้องแหล่งประมง 1.9 พันล้าน เปิดทางผ่อนผันเครื่องมือจับ
“วราวุธ” ชงนายกฯ ปลดล็อกเกณฑ์แหล่งน้ำ 2 ล้านคิว เปิดทางทำ “แก้มลิง” รับมวลน้ำมหาศาล
Economic “วราวุธ” ชงนายกฯ ปลดล็อกเกณฑ์แหล่งน้ำ 2 ล้านคิว เปิดทางทำ “แก้มลิง” รับมวลน้ำมหาศาล
KongGreenGreen คว้ารางวัล Inspiration of the Year by แสนสิริ
SD KongGreenGreen คว้ารางวัล Inspiration of the Year by แสนสิริ
ศาลรัฐธรรมนูญ ยัน ลงมติคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง พรุ่งนี้ตามกำหนดเดิม
Politics ศาลรัฐธรรมนูญ ยัน ลงมติคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง พรุ่งนี้ตามกำหนดเดิม
กรมทางหลวงขยายเวลาวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ M7–M9 -โทลล์เวย์ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.นี้
Real Estate กรมทางหลวงขยายเวลาวิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ M7–M9 -โทลล์เวย์ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.นี้
มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2026 ดันสิทธิพื้นฐานผู้คน ไม่ใช่แค่กลุ่มทรานส์ฯ
Biz Movement มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2026 ดันสิทธิพื้นฐานผู้คน ไม่ใช่แค่กลุ่มทรานส์ฯ
บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
Finance บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
การศึกษา สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว.  สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
Politics ‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว. สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
ดูทั้งหมด

“วัชระพล” สั่งสกัดปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว ป้องแหล่งประมง 1.9 พันล้าน เปิดทางผ่อนผันเครื่องมือจับ

27 ก.ย. 2569 | 19:55น.

“รมช.วัชระพล” ลงพื้นที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ หลังพบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว กระจาย 3 อำเภอ แม้กรมประมงประเมินสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นรุกราน และยังไม่กระทบแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกราม-ปลานิล มูลค่ารวมกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี สั่งเดินหน้า 4 มาตรการเร่งด่วน เร่ง “เจอ แจ้ง จับ” ใช้ eDNA ตรวจร่องรอย พร้อมเปิดช่องจังหวัดขอผ่อนผันใช้เครื่องมือประมงที่ปกติมีข้อห้าม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกำจัดและสกัดไม่ให้ลามสู่ลุ่มน้ำปาว-ชี-มูล

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ณ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า เป้าหมายสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการติดตามผลการควบคุมและสกัดกั้นการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ หลังจากมีการตรวจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติของพื้นที่

ข้อมูลการสำรวจล่าสุดตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม-24 กันยายน 2569 พบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว กระจายใน 3 อำเภอ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลานิลในกระชัง ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1,900 ล้านบาทต่อปี

นายวัชระพลกล่าวว่า ได้ลงเรือสำรวจพื้นที่จริง 2 จุดสำคัญ จุดแรกบริเวณบ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี ซึ่งเป็นจุดแรกที่ได้รับรายงานการตรวจพบปลาหมอคางดำ พร้อมตรวจเยี่ยมกระชังเลี้ยงปลานิล และรณรงค์ให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำ รวมถึงใช้ QR Code เป็นช่องทางขับเคลื่อนมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ”

ส่วนจุดที่ 2 บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สำรวจพบปลาหมอคางดำมากที่สุด ได้ติดตามการใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน ทั้งการดักตุ้ม หว่านแห และลากข่าย เพื่อนำปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ

ขณะเดียวกัน ยังติดตามงานวิจัยที่กรมประมงร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีตรวจหาดีเอ็นเอในสิ่งแวดล้อม หรือ eDNA จากตัวอย่างน้ำ เพื่อค้นหาร่องรอยและติดตามการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

นายวัชระพลกล่าวว่า ได้สั่งการกรมประมง โดยเฉพาะกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และกองตรวจการประมง บูรณาการกับสำนักงานประมงจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ เร่งดำเนินการ 4 เรื่อง
เรื่องแรก ให้เร่งประชาสัมพันธ์วิธีจำแนกปลาหมอคางดำกับปลาเศรษฐกิจและปลาพื้นเมือง เช่น ปลานิลและปลาหมอไทย โดยชี้จุดสังเกตทั้งจุดสีดำใต้คาง ลายบนครีบหลัง ครีบหาง และลักษณะลำตัว เพื่อป้องกันความสับสนในการแจ้งข้อมูล

เรื่องที่ 2 ขยายช่องทาง “เจอ แจ้ง จับ” ให้ประชาชนสามารถแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือผ่านระบบ QR Code เมื่อพบสัตว์น้ำต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานกำลังลงพื้นที่จับออกจากแหล่งน้ำได้รวดเร็ว

เรื่องที่ 3 ให้สนับสนุนการใช้เครื่องมือประมงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยหากจังหวัดใดมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เข้าข่ายข้อห้ามตามกฎหมายประมงในภาวะปกติ เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ สามารถทำหนังสือถึงกรมประมงเพื่อขออนุมัติหรือผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษได้ เพื่อให้การกำจัดมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

และเรื่องที่ 4 ให้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เร่งจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ สนับสนุนการปล่อยปลาผู้ล่าตามความเหมาะสม นำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำน้ำหมักชีวภาพหรืออาหารสัตว์ ตลอดจนใช้ eDNA ร่วมกับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

ด้านนายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ผลการสำรวจและเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมถึง 24 กันยายน 2569 พบปลาหมอคางดำสะสม 132 ตัว โดยอำเภอสามชัยพบมากที่สุด 117 ตัว ส่วนใหญ่อยู่บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว รองลงมาอำเภอหนองกุงศรี 13 ตัว บริเวณบ้านนาอวนและบ้านโคกครึม และอำเภอสหัสขันธ์ 2 ตัว บริเวณบ้านท่าเรือภูสิงห์

เมื่อแยกตามเครื่องมือประมง พบว่า “ตุ้ม” สามารถจับปลาหมอคางดำได้มากที่สุด 108 ตัว รองลงมาเป็นลอบ 12 ตัว แห 10 ตัว และเครื่องมืออื่น ๆ อีก 2 ตัว โดยกรมประมงกำลังบูรณาการกับจังหวัดกาฬสินธุ์ เครือข่ายชาวประมง เกษตรกร และผู้นำชุมชน เพื่อเร่งกำจัดออกจากแหล่งน้ำและป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ทั้งนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกว่า 1,220 ราย พื้นที่รวม 8,540 ไร่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 789.95 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การเลี้ยงปลานิลในกระชังมีผลผลิต 19,578 ตันต่อปี มูลค่ากว่า 1,135.52 ล้านบาทต่อปี รวมมูลค่าของกิจกรรมประมงทั้ง 2 กลุ่มประมาณ 1,925 ล้านบาทต่อปี


นายประเทศกล่าวว่า จากการตรวจสอบและเฝ้าระวัง สถานการณ์ปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวขณะนี้ยังอยู่ในระยะที่ไม่รุกราน แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังและกำจัดออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และระบบนิเวศ รวมถึงต้องเร่งสกัดกั้นไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายเข้าสู่ลุ่มน้ำปาว แม่น้ำชี และแม่น้ำมูลต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กาฬสินธุ์ ปลาหมอคางดำ