เมืองตรัง นอกจากมีทรัพยากรทางทะเลที่สวยงามแล้ว ยังมีประเพณีที่น่าสนใจดังเช่นประเพณี “ลากพระทางน้ำข้ามทะเล” ที่ชาวบ้านสืบสานกันมานับร้อยปี
โดยจรินทร์ ณ พัทลุง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หาดสำราญ เล่าให้ฟังว่า การลากพระข้ามทะเลนี้ นับเป็นประเพณีเก่าแก่ และยาวนาน โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ หลังเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตลอดพรรษา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปจะเดินทางไปร่วมงานลากเรือพระทางบก แต่เนื่องจากชาวปากปรน มีอาชีพทำการประมง อีกทั้งในสมัยก่อนการเดินทางโดยทางบกเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงมีการลากพระกันทางน้ำ และมีการปฏิบัติสืบทอดกันมานับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุดได้มีการจัดประเพณีดังกล่าวขึ้น โดยมีเรือพาย เรือขบวนกลองยาว จำนวน 30 ลำ ร่วมลากเรือพระเพื่อล่องในทะเลตรัง จากท่าเทียบเรือบ้านปากปรน เดินทางสู่แหลมจุโหย รวมระยะทางไป-กลับ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยในขบวนเรือพระ จะอัญเชิญพระพุทธรูปและนิมนต์พระสงฆ์นั่งประจำเรือ พร้อมมีเรือขบวนกลองยาว เครื่องดนตรี โพน กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ ไว้คอยส่งสัญญาณให้จังหวะในการลาก ตลอดช่วงเวลาการลากเรือพระจะมีกิจกรรมซัดต้ม การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อระหว่างเรือแต่ละลำ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน และการประกอบพิธีลอยเรือเคราะห์กลางทะเล ทั้งนี้ ชาวบ้านจะพากันตัดเล็บ ตัดผม ใส่ไว้ในเรือจำลอง และในช่วงบ่ายจะลากพระเรือกลับมายังหมู่บ้าน
นางสาวนันทวัน ศิริโภคพัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตรัง กล่าวว่า งานประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเล ที่จังหวัดตรัง ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในไทย แห่งเดียวในโลก เป็นงานบุญประเพณีวิถีไทยที่สืบทอดกันมาเป็นร้อยปี โดยจะมีการจัดตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หลังเทศกาลออกพรรษา โดยขบวนลากเรือพระทางน้ำออกจากท่าเทียบเรือปากปรน ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง มุ่งหน้าออกทะเลเพื่อลากเรือพระไปยังเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หมู่เกาะลิบง ที่แหลมจุโหย เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง และชาวบ้านได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อความรักสามัคคีในชุมชน จากนั้นในช่วงบ่ายจะลากพระเรือกลับมายังท่าเรือปากปรน เพื่อเป็นการร่วมทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีให้สืบทอดกันเรื่อยมานับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน กระทั่งเป็นประเพณีประจำถิ่นเพียงแห่งเดียวในโลก
ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเห็นความสำคัญของกิจกรรมลากพระข้ามน้ำข้ามทะเล จึงได้หากิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านมาเสริม เช่น แทงต้ม แข่งขันขูดมะพร้าว และการแข่งขันลอกใบจาก ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนาน ดังนั้นหากปีใดที่นักท่องเที่ยวเดินทางลงใต้มาเที่ยวตรัง จึงไม่ควรพลาดในการร่วมประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลหนึ่งเดียวในโลกที่ จ.ตรัง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสท้องทะเลจังหวัดตรังที่สวยงาม ตลอดจนสัมผัสวิถีของชาวริมน้ำของชาวตรังอีกด้วย
การจัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการแข่งขันลอกใบจาก หรือการแข่งขันปากกัดตีนถีบ ซึ่งนำเอาวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่จากการประกอบอาชีพมาทำการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันจะใช้การจับเวลา 5 นาที ให้ใบจากคนละ 30 ใบ และจะนับจำนวนใบจากที่ลอกแล้วมีใบสมบูรณ์เรียบร้อย ใบไม่ขาด โดยผู้เข้าแข่งขันจะใช้ปากกัดบริเวณใบจาก และใช้เท้าหนีบใบจากแล้วถีบเพื่อลอกใบจาก ซึ่งใบจากที่ลอกจะต้องไม่ขาด จะต้องไม่ติดใยของใบจาก ซึ่งแต่ละคนที่เข้าแข่งขันจะประกอบอาชีพในการลอกใบจากอยู่ด้วยเช่นกัน
“กิจกรรมต่อมาคือการแข่งขันขูดมะพร้าว โดยชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหาดสำราญยังคงกระต่ายในการขูดมะพร้าว จึงได้มีการส่งเสริมจัดกิจกรรมการแข่งขันขูดมะพร้าวขึ้นมา โดยจะมีกติกาในการแข่งขัน ซึ่งทางกรรมการได้ให้มะพร้าวแก่ผู้แข่งขันคนละ 2 ลูก โดยจะจับเวลา 2 นาที ใครขูดมะพร้าวได้มากที่สุดโดยการชั่งน้ำหนัก โดยทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันให้ผู้เข้าแข่งขันได้ผ่าลูกมะพร้าวเพื่อเตรียมพร้อม และเป่านกหวีดเพื่อทำการแข่งขัน ขณะทำการแข่งขันได้มีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวร่วมลุ้นร่วมเชียร์อย่างคึกคัก”
ดังนั้น เที่ยวภาคใต้แดนสะตอคราวหน้า จึงไม่ควรพลาดประเพณีลากพระทางน้ำข้ามทะเลของ จ.ตรัง