วันหยุดยาว นักท่องเที่ยวแห่ขึ้น ”เชียงราย” คึกคัก
วันที่ 11 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จ.เชียงราย ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่าน จำนวน 37 ราย โดยอยู่ในสถานกักดูอาการจากผู้ที่เดินทางมาจากชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จำนวน 30 รายนั้น
ล่าสุดพบว่า การสวมใส่หน้ากากอนามัยของประชาชนทั่วไปตามจุดต่าง ๆ แทบจะอยู่ในระดับ 100% ขณะทาง จ.เชียงราย ยังคงรณรงค์ให้ป้องกันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและเชิญชวนให้ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย
ซึ่งในช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 10-13 ธ.ค.นี้ กลับมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่และไปยังจุดต่าง ๆ มากขึ้นอยางเห็นได้ชัด โดยเฉพาะที่วัดร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย หรือเรียกกันว่าวัดสีน้ำเงิน วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย หรือวัดขาว ภูชี้ฟ้า อ.เทิง ฯลฯ
ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งต่างมีมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 เอาไว้อย่างพร้อมเพียงและมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่อง และมีจุดให้บริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อยู่ทั่วไป ซึ่งพบว่าได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเป็นอย่างดี ทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยหลังจากซบเซาลงไปพักใหญ่ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะยอดจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท ฯลฯ ที่นักท่องเที่ยวได้แจ้งยกเลิกกันไปเป็นจำนวนมาก
นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่าสถานการณ์ที่ผ่านมายอมรับว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไปต่างก็ได้รับผลกระทบ แต่เราก็เชื่อมั่นในมาตรการของรัฐว่าสามารถควบคุมได้และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหลังจากผ่านพ้นไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดอีกเลยและรถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่รับตรวจทั่วไปก็ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เช่นกัน ส่วนที่พบมาจากสถานกักดูอาการที่ชายแดน อ.แม่สาย เท่านั้นจึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย จะกลับมาพลิกฟื้นโดยเร็ว สว่นกรณีที่จะมีการฟ้องร้องกันเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อผู้ที่ติดเชื้อแล้วลักลอบเข้ามาในประเทศนั้นคงเป็นการป้องปรามและในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงมุ่งในการสู้กับเรื่องไวรัสเพียงด้านเดียวจะดีกว่าการทำให้เกิดเรื่องราวหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน
ด้านนางโกมลลักษณ์ พิทักษ์สถิต อายุ 61 ปี นักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพฯ กล่าวว่าตนและครอบครัววางแผนไปเที่ยวภาคเหนือช่วงวันหยุดยาวมานานกว่า 2-3 เดือนแล้ว ต่อมาแม้มีกรณีไวรัสโควิด-19 ก็มีความลังเลในช่วงต้นแต่เมื่อทราบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากสถานกักดูอาการทำให้ไม่น่ากังวล และมั่นใจในมาตรการป้องกันของสาธารณสุขไทยว่าสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวที่เชียงรายเหมือนเดิมและเมื่อไปถึงก็พบว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะสามารถเที่ยวได้ทั่วไปเพียงแต่สวมใส่หน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือ ทั้งยังมีข้อดีเพราะคนไม่มากเกินไปทำให้เที่ยวได้อย่างสบายจึงอยากเชิญชวนให้ไปเที่ยวกัได้