เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
Economic ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
โฆษก อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ Wellness Economy
Economic โฆษก อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ Wellness Economy
UNCTAD ชี้ FDI โลกไหลหาเทคโนโลยี ไทยต้องเลิกแข่งแค่ “สิทธิประโยชน์”
Economic UNCTAD ชี้ FDI โลกไหลหาเทคโนโลยี ไทยต้องเลิกแข่งแค่ “สิทธิประโยชน์”
MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
Finance MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
Economic กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
Biz Movement แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 2 พันล้าน ช่วย SMEs ค้ำสูงสุด 5 หมื่นต่อราย
Finance บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 2 พันล้าน ช่วย SMEs ค้ำสูงสุด 5 หมื่นต่อราย
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
M82 ได้รับความนิยม ยอดใช้บริการวันละ 30,000 คัน แบ่งเบาจราจรพระราม 2 กว่า 20%
Economic M82 ได้รับความนิยม ยอดใช้บริการวันละ 30,000 คัน แบ่งเบาจราจรพระราม 2 กว่า 20%
Mars ลงทุนไทย 7,000 ล้าน ตั้งโรงงาน พริงเกิลส์ ที่ชลบุรี
Business Mars ลงทุนไทย 7,000 ล้าน ตั้งโรงงาน พริงเกิลส์ ที่ชลบุรี
ดูทั้งหมด

เปิดแผนรับมือน้ำแล้ง EEC เอกชนหวั่นแผนผันน้ำภาคตะวันออกสะดุด

12 ก.ค. 2566 | 16:35น.
ท่อส่งน้ำ

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำภาคตะวันออกใกล้ที่จะอยู่ในภาวะวิกฤต หลังครึ่งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏมีปริมาณฝนตกลงในพื้นที่ไม่มากนักและน้ำฝนส่วนใหญ่ไม่ได้ไหลลงอ่าง โดยปริมาตรน้ำใช้การได้จาก 6 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ขุนด่านปราการชล-คลองสียัด-บางพระ-หนองปลาไหล-ประแสร์-นฤบดินทรจินดา) รวมกันแค่ 433 ล้าน ลบ.ม. ต้องระบายน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภควันละ 2.88 ล้าน ลบ.ม. แต่มีปริมาตรน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 1.76 ล้าน ลบ.ม. (11 ก.ค. 2566) เท่านั้น

มีการคาดการณ์กันว่า ปริมาณฝนที่ตกน้อยกว่าปกติในภาคตะวันออกเป็นผลมาจากการเกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” หรือภาวะฝนน้อยน้ำน้อยที่จะกินเวลาไปจนถึงกลางปี 2567 และอาจจะลากยาวมากกว่านั้น ส่งผลปริมาณน้ำโดยรวมในภาคตะวันออกจะลดลงไปประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ประกอบการและประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะประสบภาวะการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2567 ในขณะที่กรมชลประทานเองได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออกไว้ 3 แนวทางไว้แล้ว

โดย นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เบื้องต้นมี 3 แนวทาง โดยมีอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง จะเป็น “ฮับ” เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ ได้แก่ 1) อาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จ.ระยอง กับอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง 2) อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี มีเครื่องมือที่จะผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง กับคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต

และ 3) จะใช้น้ำจากวังโตนด จ.จันทบุรี ซึ่งกรมชลประทานมีเครื่องมืออยู่แล้ว โดยสูบน้ำจากวังโตนด ลุ่มน้ำจันทบุรี มาลงที่อ่างประแสร์ไปอ่างคลองใหญ่-หนองปลาไหลได้ จากข้อมูลพบว่าในแต่ละปี มีการปล่อยน้ำทิ้งจากคลองวังโตนดลงทะเลปีละ 1,000 ล้าน ลบ.ม. และปีหนึ่งจะสามารถผันน้ำได้ 70 ล้าน ลบ.ม. เพราะเคยมีการผันมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2563

โครงข่ายท่อส่งน้ำอีอีซี1

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 9 มีแผนที่จะสูบน้ำจากคลองสะพาน ไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำประแสร์ศักยภาพสูงสุดได้มากถึง 470,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ ที่ปัจจุบันมีน้ำอยู่ 188 ล้าน ลบ.ม. หรือ 63.97% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น จนสามารถเป็นศูนย์กลางในการกระจายน้ำไปช่วยในการผลิตน้ำประปา และอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ได้อย่างเพียงพอ

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อรักษาระดับน้ำและคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาของจังหวัดชลบุรีต่อไป พร้อมกับการเตรียมระบบสูบกลับน้ำทั้งโครงข่าย อาทิ การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปลงอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ก่อนจะผันต่อไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล

ด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เองก็ได้แสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวโดยเห็นว่า ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข 2 เรื่อง คือ 1) ความพร้อมของระบบสูบน้ำในภาคตะวันออก โดยพบว่าระบบสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำวังประดู่ เพื่อสูบน้ำจากลุ่มน้ำจันทบุรี (อ่างประแกด) ผ่านท่อส่งน้ำของกรมชลประทาน (ท่อวังโตนด-อ่างประแสร์) นั้น “ยังไม่ได้รับการแก้ไข”

2) ระบบสูบน้ำของอ่างเก็บน้ำประแสร์มีปัญหา (ท่อส่งน้ำที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างการเปลี่ยนผู้บริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกจากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสท์วอเตอร์) มาเป็นบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ผู้ชนะการประมูลรายใหม่) ทำให้ต้องใช้ระบบสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-คลองใหญ่ ที่จะต้องนำน้ำมาลง อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล แทน แต่ระบบการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ มายังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

และ 3) มีการใช้น้ำจาก “อ่างเก็บน้ำบางพระ” มากจนเกินไป และจะกระทบกับปริมาณเพื่อการอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ในฤดูแล้งนี้ หากยังไม่มีฝนตกลงมาเพื่อเติมน้ำในแหล่งน้ำในพื้นที่

แน่นอนว่าปัญหาการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ซึ่งถือเป็นอ่างหลักที่สามารถรับน้ำจากลุ่มน้ำจันทบุรี เพื่อมาเติมน้ำในระบบอ่างพวง หนองปลาไหล-ดอกกราย-หนองค้อ-บางพระ เกี่ยวพันกับผู้บริหารระบบท่อส่งน้ำ เพราะเส้นท่อปัจจุบันที่เชื่อมระหว่างอ่างมีทั้ง เส้นท่อของบริษัท อีสท์วอเตอร์, เส้นท่อของกรมธนารักษ์ ที่โอนมาให้กับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง, เส้นท่อของการประปา, เส้นท่อของกรมชลประทาน และระบบคลองระบายน้ำ หรือต่างเส้นท่อที่มี “ค่าใช้จ่าย” ในการดำเนินการ ถ้าจะมีการเชื่อมระบบเข้าด้วยกัน

ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกใหม่ จึงเกิดปรากฏการณ์ความไม่ลงตัวในระบบการผันน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงนี้ขึ้น จนกลายมาเป็น “ปมปัญหา” ความไม่ราบรื่นในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ทั้ง ๆ ที่ต้องเร่งผันน้ำเข้ามาตั้งแต่ในช่วงฤดูฝนให้มากที่สุด ก่อนที่ทั้งประเทศจะเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างยาวนาน

ประกอบกับอีกปัญหาหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็คือ หากต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เข้ามาช่วยจังหวัดระยองและชลบุรี ตามแผนการผันน้ำของกรมชลประทานที่วางเอาไว้ ที่ผ่านมาในอดีตเป็นที่ทราบกันดีว่าจะต้องขออนุญาตจาก คณะกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งก็เป็นห่วงกันว่าถ้าผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนดมาแล้ว จะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในพื้นที่จันทบุรี ซึ่งประกอบไปด้วยสวนผลไม้ที่ต้องการน้ำในปริมาณมาก

โดยการผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนดในอดีตถึงกับต้องมีการจัดทำ “ข้อตกลง” เป็นการยินยอมระหว่างกันมาแล้ว ดังนั้นการผันน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนดจึงไม่ได้ง่าย หากมีความต้องการน้ำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพิ่มขึ้น

กลายเป็นโจทย์ข้อใหญ่ของการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกที่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ “อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้” พร้อม ๆ กับเริ่มมีข้อเรียกร้องจากภาคเอกชน ขอให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ควรจะเข้ามาแก้ไขข้อติดขัดและข้อปัญหาโดยด่วน ก่อนที่ “น้ำ” จะหมดไปหลังสิ้นสุดฤดูฝนนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำแล้ง อีอีซี EEC