Skip to content

เฉลิมชัยสั่งตั้ง War Room เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รับมือ “พายุวิภา”

22 ก.ค. 2568 | 16:58น.
เฉลิมชัยสั่งตั้ง War Room เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รับมือ “พายุวิภา”

กรมทรัพยากรธรณีเตรียมพร้อมรับมือ “พายุวิภา” ตั้ง War Room เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ติดตามพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม 21 จังหวัดอย่างใกล้ชิด

กรมทรัพยากรธรณีรายงานความคืบหน้า จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ซึ่งล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเมื่อเวลา 10.00 น. ว่าพายุได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ โดยจะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของ สปป.ลาว ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคมนี้

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบหมายกรมทรัพยากรธรณีตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) ณ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2568 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อการติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ธรณีพิบัติภัย พร้อมทั้งชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพ ลดความกังวลและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน

นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า สถานการณ์พายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา” ซึ่งขณะนี้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2568 โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มจากฝนตกหนักต่อเนื่อง

นายพิชิต สมบัติมาก

จากการวิเคราะห์แบบจำลองและค่าน้ำฝนสะสม กรมทรัพยากรธรณีพบว่ามีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังภัยดินถล่มจำนวน 21 จังหวัด

  • ภาคเหนือ ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย เลย อุดรธานี และหนองคาย
  • ภาคตะวันออก ประกอบด้วย จันทบุรี และตราด
  • ภาคตะวันตก ประกอบด้วย กาญจนบุรี และราชบุรี
  • และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย ระนอง พังงา และภูเก็ต

โดยพื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณีเน้นเฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษมี 6 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินอุ้มน้ำจนมีความชื้นสะสมสูงและเสี่ยงต่อการถล่มของดินและหิน ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้จัดส่งข้อมูลให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผ่านห้องปฏิบัติการ (War Room) ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการนำข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ผ่านระบบ Cell Broadcast ในพื้นที่ 6 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว พร้อมแจ้งเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม ตามประกาศฉบับที่ 13/2568 ตามพื้นที่ที่กรมทรัพยากรธรณีได้วิเคราะห์และประเมินเป็นพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์แผ่นดินถล่มใน 21 จังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยเน้นย้ำให้ประชาชนหมั่นสังเกตสิ่งบ่งชี้ความเสี่ยง เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน น้ำในลำธารเปลี่ยนสี เสียงผิดปกติจากภูเขา หรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี หมายเลข 0-2621-9702-5 หรือเว็บไซต์ www.dmr.go.th

รับมือ “พายุวิภา”

รับมือ “พายุวิภา”