GPSC โชว์กำไร Q2/68 ที่ 2,019 ล้าน ครึ่งปีแรกไปได้สวยรับปริมาณผลิตไฟฟ้าเพิ่ม
GPSC โชว์กำไร Q2/68 ที่ 2,019.25 ล้านบาท โต 77% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรกไปได้สวย รับปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2568 ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 2/68 กำไรสุทธิของบริษัทฯ จำนวน 2,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 879 ล้านบาท หรือ 77% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/68 สาเหตุหลักเนื่องจาก เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า จำนวน 588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 467 ล้านบาทหรือ 388% สาเหตุหลักมาจาก โครงการร่วมทุนในพลังงานลมนอกชายฝั่ง (CFXD) รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจากเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐของโครงการ CFXD เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่แข็งค่า ขณะที่ผลการดำเนินงานตามปกติปรับตัวลดลงตามฤดูกาล
โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี (XPCL) ผลประกอบการดีขึ้นจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีนและปรากฏการณ์ลานีญา ด้านบริษัท Avaada Energy Private Limited (AEPL) รับรู้รายได้ทางภาษีซึ่ง รับรู้เป็นขาดทุนในปี 64 จากการไถ่ถอนตราสารหนี้ก่อนกำหนด ในปี 64 ขณะที่ผลการดำเนินงานตามปกติลดลงตามฤดูกาลที่มีความเข้ม แสงต่ำในช่วงไตรมาสที่ 2/68
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ จำนวน 301 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 358 ล้านบาท (ไตรมาส 1/68 ขาดทุนจาก อัตราแลกเปลี่ยน 57 ล้านบาท) สาเหตุหลักเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่แข็งค่า ส่งผลให้เกิดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจาก การบันทึกปรับมูลค่าเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ชินเนอร์ยี่ จำกัด (“GRSCTW”) กู้ผ่านบริษัท จีพีเอสซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด (“GPSCTC”) เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการ CFXD
ต้นทุนทางการเงิน จำนวน 1,292 ล้านบาท ลดลง 88 ล้านบาทหรือ 6% จากการชำระคืนเงินกู้บางส่วน และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการด้านโครงสร้างเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การลดลงของต้นทุนทางการเงินยังสะท้อนถึงสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมากขึ้นของบริษัทฯ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ให้กู้ โดย สะท้อนผ่านมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด(“Fitch Rating”) ซึ่งสะท้อน ความก้าวหน้าในการลดระดับหนี้ และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ลดลง 78 ล้านบาท หรือ 117% สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทฯมีการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงการบันทึกบัญชีสัญญาเช่าทางการเงิน ตามมาตรฐาน TFRS16 และมีการบันทึกปรับปรุงหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของบริษัทในเครือปี 67 ที่ได้ชำระภาษีไปเนื่องจากการตัดค่าเสื่อมราคา ทางภาษีสูงกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี ทั้งนี้กำไรขั้นต้น จำนวน 5,123 ล้านบาท ลดลง 126 ล้านบาทหรือ 2% สาเหตุหลักมาจากค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าศรีราชาปรับตัวลดลงเนื่องจากจ่ายไฟฟ้าครบตามชั่วโมงที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ในเดือนพฤษภาคม 68
สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ งวด 6 เดือน ปี 68 กำไรสุทธิของบริษัทฯ จำนวน 3,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 866 ล้านบาท หรือ 38% เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือน ปี 67 สาเหตุหลักเนื่องจาก เงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า จำนวน 709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 732 ล้านบาท (งวด 6เดือน ปี 68 ขาดทุน 23 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจาก AEPL ผลประกอบการดีขึ้น ตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายได้ทางภาษีซึ่งรับรู้เป็นขาดทุนในปี 64 จากการไถ่ถอนตราสารหนี้ก่อน กำหนดในปี 2564
