Skip to content

GUNKUL ครึ่งปีแรกกำไร 924 ล้านบาท ครึ่งปีหลังจ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์

14 ส.ค. 2568 | 11:00น.
GUNKUL ครึ่งปีแรกกำไร 924 ล้านบาท ครึ่งปีหลังจ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์

GUNKUL เปิดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 รายได้รวม 4,090.01 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ  924.42 ล้านบาท มั่นใจครึ่งปีหลังผลงานโดดเด่นจ่อเซ็นสัญญา PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ เพิ่มพอร์ตไฟฟ้าสีเขียวเป็น 1,579 เมกะวัตต์

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกปีนี้ บริษัทมีผลประกอบการที่น่าพอใจ โดยในงบฯ 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวม 4,090.01 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ เป็น 924.42 ล้านบาท (ไม่รวมผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์) เติบโต 18.36% จากกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 781 ล้านบาท

ในครึ่งปีแรกของปี 2567 โดยทั้ง 3 ธุรกิจหลักของบริษัทสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง
โดยในงวดครึ่งปีแรกนี้ กำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามประเภทธุรกิจ (Gross Profit & Profit Sharing by Business) ของบริษัท 72% มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) ซึ่งครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศและต่างประเทศโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคเอกชน (Private PPA Solar Rooftop) ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามประเภทธุรกิจ 17% มาจากธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) และ 11% มาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing

สำหรับงบฯไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,995 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 529.71 ล้านบาท (ไม่รวมผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์) เพิ่มขึ้น 14.44% จากกำไรจากการดำเนินงานสุทธิ 462.42 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 2 ปีก่อน โดยบริษัทเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างน่าพอใจ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง 41.49% และมีอัตรากำไรสุทธิ 24.33% เพิ่มขึ้น

จากอัตรากำไรขั้นต้น 33.77% และอัตรากำไรสุทธิ 20.12% ในงวดไตรมาส 2 ปีก่อน โดยรายได้และกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ใกล้เคียงงวดเดียวกันปีก่อน ในขณะที่รายได้จากธุรกิจ EPC และการขายอุปกรณ์ไฟฟ้า สามารถรับรู้ได้ตามเป้าหมาย แต่น้อยกว่าไตรมาส 2 ปีก่อน ซึ่งมีการส่งมอบงานสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยปัจจุบันบริษัทมีปริมาณงานรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) มากกว่า 4,000 ล้านบาท

ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้นในไตรมาส 3-4 ประมาณ 1,800-2,200 ล้านบาท ตามแผนการก่อสร้างและส่งมอบงานของแต่ละโครงการ และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง 12.51% และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ต่ำเพียง 1.07 เท่าสามารถขยายการลงทุนในโครงการสีเขียวได้จำนวนมาก

“สำหรับครึ่งหลังของปี 2568 GUNKUL วางเป้าหมายมุ่งสู่การเติบโตของรายได้ปีนี้ประมาณ
10-15% และรายได้รวมใน 3 ปี เติบโตมากกว่า 35,000 ล้านบาท ดำเนินตามกลยุทธ์ ‘สมการความก้าวหน้า’ ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ”

● ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power) ต่อยอดความสำเร็จในครึ่งปีแรกสำหรับโครงการในประเทศ คาดว่าจะมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะในโครงการวินด์ฟาร์ม และโซลาร์ฟาร์ม โดยบริษัทจ่อเซ็นสัญญา PPA ในส่วนขยายเพิ่มอีก รวมทั้งสิ้นจำนวน 319 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีพอร์ตโฟลิโอพลังงานไฟฟ้าสีเขียวเพิ่มเป็น 1,579 เมกะวัตต์ ผนวกกับดีลโครงการพลังงานไฟฟ้าสีเขียวที่ฟิลิปปินส์ที่อยู่ขั้นตอนเจรจา ซึ่งอีกความสำเร็จหนึ่งของธุรกิจพลังงานสีเขียวของปี 2568 คือการที่บริษัทบรรลุเป้าหมายผนึกความร่วมมือ Direct PPA กับพาร์ตเนอร์อุตสาหกรรม

ชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง muRata ซึ่งถือเป็นสัญญาณในการเริ่มเดินหน้าสร้างเครือข่ายพาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพลังงานดิจิทัล รองรับแผนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานสีเขียวเพื่อติดอาวุธให้กับภาคอุตสาหกรรมในการดึงดูดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ

● ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) บริษัทเตรียมประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (EPC) หลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบเคเบิลใต้ทะเลขนาด 230 กิโลโวลต์ รวมไปถึงโครงการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ามีโอกาสชนะงาน และทำให้เพิ่มมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ในอนาคตให้เติบโตกว่า 100% จากปัจจุบันมีจำนวน 4,000 ล้านบาท ซึ่งรวมโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์

มูลค่ากว่า 675 ล้านบาท เชื่อมต่อจากบางละมุงถึงปลวกแดง ที่บริษัทได้เซ็นสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญของการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านพลังงานของพื้นที่เขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ นอกเหนือไปจากนั้นในฝั่งของโซลาร์รูฟท็อปที่ได้มีการปลดล็อกเรื่องการขออนุญาต รวมไปถึงการลดหย่อนภาษีซึ่งเอื้อต่อภาคประชาชนและธุรกิจ SMEs ก็คาดว่าจะเป็นผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจย่อยของบริษัท ที่ให้ดำเนินการอยู่ภายใต้แบรนด์ GRoof

● ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) บริษัทมีแผนต่อยอดความสำเร็จจากช่วงครึ่งปีแรก สร้างการเติบโตของรายได้ โดยการเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์เดิม และขยายฐานด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยมีเป้าในการผลักดันกลุ่มอุปกรณ์โซลูชั่นอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่สู่ตลาดหลังจากได้รับแต่งตั้งจาก SUNGROW ผู้นำรายใหญ่ระดับโลกในกลุ่มธุรกิจด้านอุปกรณ์โซลาร์อินเวอร์เตอร์ ให้ GUNKUL เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Tier 1 Distributor) ในประเทศไทย สอดรับกับเทรนด์ตลาดพลังงานสะอาด ณ ปัจจุบัน

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าตามกรอบกลยุทธ์ 3 ปีที่ตั้งไว้อย่างเป็นระบบ และสร้างความพร้อมในด้านการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ด้วยความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดที่มีอยู่จำนวน1,579 เมกะวัตต์ และนอกจากนี้กำลังพัฒนาโครงการใหม่ ๆ เพิ่มอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ตามโรดแมปที่จะมีกำลังการผลิตสะสมมากกว่า 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2570 รวมไปถึงอีก


2 กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจในศักยภาพของ GUNKUL ในการบุกเข้าธุรกิจ S-Curve ใหม่ ๆ ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น แต่มองถึงจุดแข็งของบริษัทที่สามารถเข้าไปขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรม New S-Curve ด้าน Green Infrastructure ได้อย่างเป็นรูปธรรม บนเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืน ESG ซึ่งทั้งหมดนี้บริษัทได้เตรียมงบฯลงทุนประมาณ 35,000 ล้านบาท ในกรอบ 3-5 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GUNKUL กันกุล