Skip to content

ผู้ส่งออกข้าว เร่งรัฐ-แบงก์ชาติ แก้ปัญหาค่าบาทแข็ง เร่งด่วน กระทบแข่งขันไทย

10 ก.ย. 2568 | 15:13น.
ผู้ส่งออกข้าว เร่งรัฐ-แบงก์ชาติ แก้ปัญหาค่าบาทแข็ง เร่งด่วน กระทบแข่งขันไทย

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จี้รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท เพราะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกข้าวไทยและรายได้ของเกษตรกรไทยที่หายไปถึงหลักพันบาทต่อตัน

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยให้ความห่วงใยและความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสถานการณ์การแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และรายได้ของเกษตรกรไทยนับล้านครัวเรือนนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 7%

ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญ เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างมีค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ความแตกต่างด้านอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับคู่แข่งสูงมากถึง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนจากเว็บไซต์ xe.com

• บาทไทย (THB) : 34.33 → 31.68 /USD (+7.7% แข็งค่า)
• รูปีอินเดีย (INR) : 85.57 → 88.19 /USD (–3.1% อ่อนค่า)
• ด่องเวียดนาม (VND) : 26,269 → 26,396 /USD (–3.6% อ่อนค่า)
• รูปีปากีสถาน (PKR) : 283.69 → 283.53 /USD (–1.8% อ่อนค่า)

ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบกับไทย

• อินเดีย : 10.8%
• เวียดนาม : 11.3%
• ปากีสถาน : 9.5%

ผลกระทบสำคัญ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หากผู้ส่งออกไทย อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างขายข้าวขาว 5% ในราคา FOB 350 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เท่ากัน รายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทจะแตกต่างกัน ดังนี้ :

ไทย มีรายได้จากการขาย 11,025 บาทต่อตัน ในขณะที่อินเดีย มีส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบกับไทยที่ 10.8% รายได้จากการขายข้าวอยู่ที่ 12,216 บาทต่อตัน มีรายได้มากกว่าไทยถึง 1,191 บาทต่อตัน

เช่นเดียวกับคู่แข่งสำคัญของไทยอย่างเวียดนาม ที่มาส่วนต่างค่าเงิน ถึง11.3% รายได้จากการขายข้าว อยู่ที่ 12,271 บาทต่อตัน มีรายได้มากกว่าไทยถึง 1,246 บาทต่อตัน หรือแม้แต่ปากีสถาน ที่มีส่วนต่างค่าเงิน 9.5% มีรายได้จากการขายข้าว 12,072 บาทต่อตัน มีรายได้มากกว่าไทย 1,047 บาทต่อตัน แสดงให้เห็นว่า แม้ขาย FOB เท่ากัน แต่ประเทศคู่แข่งได้รับเงินมากกว่าไทยถึง 1,000-1,250 บาท/ตัน

ซึ่งหมายความว่า ชาวนาไทยได้รับรายได้น้อยกว่าชาวนาประเทศคู่แข่งทันทีจากผลของค่าเงินบาทแข็ง ไม่ใช่เพราะราคาข้าวต่ำกว่า แต่เป็นเพราะความเสียเปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง เมื่อคำสั่งซื้อลดลง ผลกระทบจะตกสู่เกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงนาปีปลายปีนี้ที่ผลผลิตกำลังจะออก หากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอตัว จะยิ่งซ้ำเติมให้ราคาข้าวในประเทศลดต่ำลงอย่างรุนแรง

ข้อเรียกร้องสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจึงขอให้ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ไม่เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไปเท่านั้น แต่ยังควรดำเนินการให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ และคงความมั่นคงไม่ให้เกิดความผันผวนรุนแรง

สถานการณ์นี้ถือเป็น วาระเร่งด่วน หากไม่มีการแก้ไขทันท่วงที ค่าเงินบาทที่แข็งและผันผวน จะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และสร้างผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้