กรีน เยลโล่ โชว์วิสัยทัศน์ ‘โซลาร์ ฟรอนเทียร์ส’ มุ่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด รุกเดินหน้า 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ทั้งภาคเอกชน การควบรวมกิจการ และสาธารณูปโภคภาครัฐ ตั้งเป้าเติบโต 25% ในปี 2568
นางจีรภา คงสว่างวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจและการตลาด บริษัท กรีน เยลโล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านโซลูชั่นพลังงานสะอาดระดับโลก กล่าวว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ และภาคธุรกิจไทยก็มีความตื่นตัวในการนำพลังงานสะอาดมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดี กรีน เยลโล่ เล็งเห็นถึงโอกาส จึงพัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
โดยในปี 2568 นี้ บริษัทประสบความสำเร็จด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งใหม่กว่า 50 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้ารายได้ฝั่งโซลาร์จะเติบโตถึง 38% และฝั่งการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจะเติบโตกว่า 600% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วยประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการผลิต ค้าปลีก อาหาร และเครื่องดื่ม โรงแรม และโลจิสติกส์
บริษัทได้ติดตั้งระบบพลังงานสะอาดรวมกว่า 210 เมกะวัตต์ ช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 450 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 140,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี กรีน เยลโล่ ตั้งเป้าที่จะปิดปี 2568 ด้วยโครงการรวมทั้งสิ้น 250 โครงการ
ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในตลาดโลกของกรีน เยลโล่ ในฐานะผู้บูรณาการและผู้ดำเนินงานโซลูชั่นพลังงานยั่งยืน
พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลรักษาระบบอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดด กรีน เยลโล่ ได้วางกลยุทธ์การเจาะตลาด 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้บริโภคภาคเอกชน (Private Consumption) ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมที่บริษัทมีความแข็งแกร่งและจะขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น กลุ่มการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)
โดยมุ่งเน้นการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มสัดส่วนรายได้อย่างมีนัยสำคัญ และกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะสถานที่ขององค์กรภาครัฐ มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล ที่มีความต้องการลดต้นทุนพลังงานและส่งเสริมความยั่งยืน
“การขยายสู่ 3 กลุ่มเป้าหมายหลักนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเรา โดยเรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงานให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยโมเดลที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน แนวทางนี้ไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่ยังสนับสนุนการก้าวไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนร่วมกัน และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทยในระยะยาว” นางจีรภากล่าวทิ้งท้าย