เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
Politics ครม. อุ้ม ‘นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ชะลอเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ 3 เดือน พิษน้ำท่วม-เศรษฐกิจซบ
สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
News สตง. ตรวจสอบ Thai PBS พบอะไรบ้าง สรุปข้อสังเกต-คำชี้แจง 2 ฝ่าย
‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
Politics ‘แอมเนสตี้’ จี้ หยุดใช้คดีอาญาขู่ประชาชน! อัดปม ‘อนุทิน’ ฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ สวนทางกฎหมาย SLAPPs
‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Biz Movement ‘ไทยเครดิต’ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ก.ล.ต. ดัน ‘ตังค์โต Know-how’ ปูพรหมสร้างภูมิคุ้มกันการเงินฐานราก
Bangkok Blueprint  “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
World Bangkok Blueprint “โอนเงินข้ามประเทศ” วางระบบป้องกันสแกมเมอร์ก่อน “เส้นเลือดใหญ่” ติดเชื้อ
คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
Finance คลังจัดสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” หนุนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้าน กู้ไม่เกิน 3 ล้าน คิดดอกเบี้ย 2 เรต
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ดูทั้งหมด

กกพ.ชง 2 วิธีค่าไฟงวด ม.ค.-เม.ย. 69 ตรึงต่อ 3.94 บาท-แพงสุด 4.58 บาท

10 พ.ย. 2568 | 12:56น.
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์

กกพ. ชง 2 ทางเลือกค่าไฟงวด ม.ค.-เม.ย. 69 ตรึงต่อ 3.94 บาทต่อหน่วย ขึ้นแพงสุด 4.58 บาทต่อหน่วย ชี้ต้นทุนเชื้อเพลิงลด มีโอกาสตรึงต่อ

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ต้นทุนหลัก ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลดีเชิงบวกต่อค่าไฟ แนวโน้มค่าไฟจึงเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างต่อเนื่อง

ทำให้ กกพ. มีช่องว่าง โอกาส และทางเลือกในการบริหารความสมดุลระหว่างการลดลงของต้นทุนค่าไฟกับการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบพลังงานได้พร้อมกัน การทบทวนค่าไฟในงวดต้นปีหน้า จึงยังสามารถตรึงค่าไฟให้อยู่ในระดับเดิมได้ อีกทั้งยังมีช่องทางในการเร่งลดภาระทางการเงินด้านเชื้อเพลิงล่วงหน้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เพิ่มเติมด้วย

ดังนั้น ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 42/2568 (ครั้งที่ 984) เมื่อวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับงวด ม.ค.-เม.ย. 2569 เป็น 2 กรณี

ได้แก่ กรณีที่ 1 เรียกเก็บที่ 4.58 บาทต่อหน่วย ผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. ทั้งหมด) ค่า Ft ขายปลีกเท่ากับ 79.75 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft ที่สะท้อนแนวโน้ม (1) ต้นทุนเดือนมกราคม-เมษายน 2569 จำนวน 6.11 สตางค์ต่อหน่วย และ (2) เงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2568 จำนวน 47,058 ล้านบาท หรือคิดเป็น 73.64 สตางค์ต่อหน่วย

โดย กฟผ. จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนตั้งแต่เดือนกันยายน 2564-เมษายน 2568 ในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คำนวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย

และกรณีที่ 2 ตรึงต่อที่ 3.94 บาทต่อหน่วย กรณีตรึงค่า Ft เท่ากับงวดปัจจุบัน (ข้อเสนอ กฟผ.) ค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนมกราคม-เมษายน 2569 จำนวน 6.11 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยชำระคืนภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมได้จำนวน 6,141 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.61 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อนำไปพิจารณาทยอยคืนภาระค่า AF บางส่วนให้แก่ กฟผ.

ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) คงที่เท่ากับ 3.94 บาทต่อหน่วย เช่นเดียวกับปัจจุบัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กกพ. ได้ทยอยชำระคืนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงจากต้นทุนคงค้าง (AF) ให้แก่ กฟผ. และ ปตท. อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 กกพ. ได้มีมติให้นำเงินเรียกคืนส่วนเกินรายได้ของการไฟฟ้ามาช่วยลดค่าไฟฟ้าจำนวน 12,200 ล้านบาท และเห็นชอบให้ทยอยคืนค่า AFGas รวม 6 งวด โดยเริ่มคืนงวดแรกในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568

ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568 ยอดคงค้างของค่า AF ลดลงเหลือ 47,058 ล้านบาท และต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติคงค้างของรัฐวิสาหกิจลดลงเหลือประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลงมาก แต่ยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันค่าเอฟทีต่อไปจนกว่าจะชำระภาระค่าเชื้อเพลิงคงค้างทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 10-23 พ.ย. 2568 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกพ. ค่าไฟ