เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คปภ. ชี้โรงเรียนดังนนทบุรีเหตุกราดยิง ทำประกันกลุ่มของ “วิริยะ” เสียชีวิตรายละ 1 แสน บาดเจ็บ 1 หมื่นบาท
Finance คปภ. ชี้โรงเรียนดังนนทบุรีเหตุกราดยิง ทำประกันกลุ่มของ “วิริยะ” เสียชีวิตรายละ 1 แสน บาดเจ็บ 1 หมื่นบาท
Cafe Amazon ฮิตจัดไตรมาส 2 ขายเครื่องดื่มเพิ่ม 10 ล้านแก้ว
Business Cafe Amazon ฮิตจัดไตรมาส 2 ขายเครื่องดื่มเพิ่ม 10 ล้านแก้ว
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
Real Estate ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Politics ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
เศรษฐกิจภูมิภาค Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
Politics อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
Tech ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
Politics นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
ดูทั้งหมด

ผู้เลี้ยงกุ้งขอพันล้านเยียวยาน้ำท่วมใต้

04 ธ.ค. 2568 | 17:49น.
กุ้ง

ส่งออกกุ้งไทย 10 เดือนแรกปีนี้อ่วม ลดทั้งปริมาณ-มูลค่า เหลือแค่ 3.2 หมื่นล้าน จากที่เคยทำได้ถึงแสนล้านเมื่อปี’55 ชี้เหตุเศรษฐกิจโลกซบ ทำคู่ค้าลดคำสั่งซื้อ สมาคมกุ้งร้องรัฐผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ดันไทยผงาดผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง พร้อมร้อง “อนุทิน” ขอพันล้านเยียวยาพิษน้ำท่วมใต้ ทำผู้เลี้ยงหมื่นรายเสียหายหมด

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่จังหวัดใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งมีประมาณ 10,000 ราย คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา ไปจนถึงปัตตานี และพื้นที่บางส่วนในพัทลุง รวมถึงสตูล ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โดยมีสัดส่วนผลผลิตกุ้ง 11% ของการผลิตกุ้งทั้งหมดของประเทศ คิดเป็นปริมาณ 28,600 ตัน มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท กุ้งที่เสียหาย มีทั้งหลุดหายไปจากบ่อ ปัจจัยการผลิตจมน้ำ อุปกรณ์การเลี้ยง เช่น เครื่องตีน้ำ และเครื่องสำรองไฟฟ้า คาดการณ์ความเสียหายต่อบ่อประมาณ 1 ล้านบาท

นอกจากมาตรการชดเชยในด้านต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกรมประมงแล้ว ยังอยากให้รัฐบาลเข้ามาเยียวยาในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์การเลี้ยงกุ้งด้วย โดยอยากให้กระทรวงพลังงาน เข้ามามีบทบาทช่วยเกษตรกร ในการซ่อมสร้าง และซื้ออุปกรณ์ใหม่ ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ระยะเวลา 1-2 ปี หรือใช้มาตรการคนละครึ่ง เพื่อให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงกุ้งได้อีกครั้ง และเป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนระบบอุปกรณ์การเลี้ยงกุ้ง สู่ “โลว์คาร์บอน” (Low Carbon) รองรับมาตรการกีดกันทางการค้าที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องเร่งการสำรวจความเสียหายโดยเร็ว ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งออกมาตรการเยียวยา ก่อนที่จะถึงฤดูการเลี้ยงกุ้งรอบใหม่ในช่วงต้นปีที่จะถึง โดยจะเริ่มมีการเตรียมบ่อตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569

นายเอกพจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้รัฐบาลผลักดันการแก้ไขปัญหาการผลิตกุ้ง เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีศักยภาพ ทั้งการผลิตและการส่งออก เพราะเจอปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวนและโรคระบาด จากเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก เมื่อปี 2554-2555 สร้างรายได้เข้าประเทศมากถึงปีละ 1 แสนล้านบาท และเคยผลิตกุ้งได้สูงสุด เกินกว่า 640,000 ตัน แต่ปัจจุบันปี 2568 ภาพรวมผลผลิตกุ้งมีปริมาณเพียง 270,000 ตัน เท่ากับปีที่ 2567 ผ่านมา

ส่วนการส่งออกกุ้ง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค. 2568) ปรับตัวลดลง 6% ปริมาณรวม 106,306 ตัน มูลค่าเพียง 32,881 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงทั้งด้านปริมาณและมูลค่า เป็นผลจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดคู่ค้าที่สำคัญของไทย อาทิ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งซื้อลดลง

“อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตลาดในประเทศกลับสวนทาง โดยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์การบริโภคกุ้งในประเทศดีขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนการบริโภคกุ้งในประเทศ คิดเป็นประมาณ 15% ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด ขณะที่ราคากุ้งในปีนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคากุ้งในช่วงครึ่งแรกของปีนี้สูงขึ้น 10-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นแรงจูงใจในการลงกุ้งเพิ่ม แต่ในปลายไตรมาส 3 ราคากุ้งอ่อนตัวลงเล็กน้อย 5-10% เพราะปริมาณฝนมากขึ้น เกษตรกรจึงเร่งจับกุ้งก่อนกำหนด”

ส่วนสถานการณ์ผลผลิตกุ้งโลก ปี 2568 คาดว่าจะมีปริมาณ 5.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% โดยประเทศผู้ผลิตหลักเพิ่มขึ้นทุกประเทศ โดยเฉพาะเอกวาดอร์ ผลิต 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% ตามด้วย จีน ผลิตได้ 1.34 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตกุ้งไทย ปี 2568 มีปริมาณ 270,000 ตัน ทรงตัวเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มการส่งออกกุ้งในปี 2569 ยังคงมีเป้าหมายที่จะส่งออกให้ได้ 4 แสนตัน และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องผลักดันการเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพให้ได้อย่างน้อย 400,000 ตันต่อปี เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA กับประเทศนำเข้ากุ้ง ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยกระดับฟาร์มกุ้งให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสากลที่ตลาดต้องการ รวมถึงการดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างความยั่งยืนมากขึ้น

“อยากฝากไปถึงพรรคการเมืองที่เตรียมตัวเลือกตั้งและจะเสนอตัวเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า ทางสมาคมจะยื่นข้อเสนอให้พรรคการเมืองกำหนดนโยบายภาคการเกษตร โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้งให้กลับมามีความเข้มแข็ง เพราะปี 2569 เป็นปีที่ตลาดเปิดเต็มที่ มีปัจจัยที่เป็นโอกาส โดยเฉพาะอัตราภาษีตอบโต้ หรือ Reciprocal ในตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐ ที่ปรับขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ

รวมถึงมาตรการภาษี ทั้งการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ AD (Anti-dumping) (ขายสินค้าในราคาต่ำกว่าราคาในประเทศผู้ผลิต) และการตอบโต้การอุดหนุน หรือ ซีวีดี CVD (Countervailing Duty) ซึ่งทำให้อินเดีย ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง แต่ต้องเสียภาษีรวมสูงถึง 50-60% เทียบกับไทยที่มีอัตราภาษีเพียง 19% ซึ่งจะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น”