เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
Finance SET ปิดตลาดร่วง 26.36 จุด ถูกกดดันจาก Tech Sell-off ผสมแรงขายหุ้นใหญ่ “DELTA” กดดัชนี 21 จุด
‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
World ‘จอร์เจีย’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวแสนล้าน
ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
Real Estate LPN ชี้อสังหาฯชะลอตัว คนลังเลซื้อบ้านดันตลาดเช่าโต ยีลด์พุ่ง 7.5%
โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
Automotive โตโยต้า ครองแชมป์ขายรถ ครึ่งปีแรก ขาย 5.39 ล้านคันทั่วโลก
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
TK Park ผนึกพลังเครือข่ายทั่วประเทศร่วมออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้แห่งอนาคต”
Biz Movement TK Park ผนึกพลังเครือข่ายทั่วประเทศร่วมออกแบบ “พื้นที่เรียนรู้แห่งอนาคต”
KKP ชูกองทุนโครงข่ายไฟฟ้า-หุ้นเล็กสหรัฐ สู้ศึกเศรษฐกิจแบ่งขั้ว-ดอกเบี้ยค้าง
Finance KKP ชูกองทุนโครงข่ายไฟฟ้า-หุ้นเล็กสหรัฐ สู้ศึกเศรษฐกิจแบ่งขั้ว-ดอกเบี้ยค้าง
เด็กทุกคนต้องได้เรียน ‘แสนสิริ’ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
SD เด็กทุกคนต้องได้เรียน ‘แสนสิริ’ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ดูทั้งหมด

กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยปี’69 ชะลอแรง เหตุภาษีสหรัฐ-น้ำท่วมใต้-จีนกำลังผลิตล้น เร่งรัฐรับมือ

03 ธ.ค. 2568 | 13:56น.
กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยปี'69 ชะลอแรง

กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 แนวโน้มชะลอลง จากปัจจัยภาษีสหรัฐ น้ำท่วมใต้ จีนกำลังการผลิตล้นดันสินค้าส่งออกเพิ่ม แนะรัฐ-เอกชน เร่งฟื้นฟู-เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ Reinvent Thailand ยกระดับการแข่งขันของไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.6 ถึง 2.0% โดยยังมีปัจจัยที่เกิดจากมาตรการภาษีของสหรัฐยังไม่แน่นอน การแข่งขันจากสินค้านำเข้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทบภาคการผลิต การจ้างงานและกำลังซื้อในประเทศ ดังนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาระยะสั้น

เกรียงไกร เธียรนุกุล
เกรียงไกร เธียรนุกุล

โดยเฉพาะการฟื้นฟูจากอุทกภัยควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจผ่าน Reinvent Thailand เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจ สร้างความแข็งแกร่งตลอด Supply Chain ด้วยหลักคิด “พี่ช่วยน้อง” รวมถึงส่งเสริมการใช้ Local Content และสินค้า Made in Thailand ผ่านกลไกต่าง ๆ อาทิ มาตรการภาษี การสนับสนุนเงินทุน และการให้แต้มต่อผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสนับสนุนของรัฐบาล ที่ล่าสุด ครม.มีมติเห็นชอบออกมาตรการ “Quick Big Win” เพื่อ SMEs ไทย

“กกร.ประเมินว่าจีดีพีไทยในปี 2569 ขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.6-2.0% ส่งออกอยู่ในกรอบติดลบ 1.5-0.5% เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 0.2-0.7% ขณะที่ปี 2568 การขยายตัวของจีดีพีไทยอยู่ในกรอบ 2% ส่งออกขยายตัว 10% เงินเฟ้อ 0.0%”

และปัจจัยเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ที่ประเมินไว้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีทิศทางชะลอตัวลง โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่อยู่ในภาวะ Over Supply ปัจจัยหลักจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้จีนต้องปรับกลยุทธ์หันมาพึ่งพาภาคการส่งออกมากขึ้นเพื่อประคองเศรษฐกิจ เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องให้ธุรกิจไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ อุทกภัยในภาคใต้ที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของครัวเรือนและธุรกิจอย่างมาก บางพื้นที่เป็นสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) เทียบเคียงกับเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 สร้างความเสียหายนับแสนล้านบาทที่จำเป็นต้องซ่อมแซมฟื้นฟูและยังส่งผลกระทบต่อรายได้ โดยในช่วงเดือน ธ.ค. 2568 สูญเสียรายได้ราว 2-3 หมื่นล้านบาท หรือ 0.1% ถึง 0.2% ของ GDP ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้เพียง 2.0% สำหรับในปี 2569 ประเมินผลกระทบต่อรายได้ราว 9 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี กกร.ตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง จึงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ครอบคลุมการลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น การช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ การลดภาระทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบกิจการ รวมถึงมาตรการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โรงงาน และสถานประกอบการให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด

โดย กกร.ได้ให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบอุทกภัย อาทิ สมาคมธนาคารไทยร่วมกับธนาคารสมาชิกได้บริจาคเงินช่วยเหลือผ่านสภากาชาดไทยจำนวน 50 ล้านบาท ซึ่งได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มอบเงินบริจาคและสิ่งของมูลค่า 7.8 ล้านบาท

และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการ “พี่ช่วยน้องอุตสาหกรรมไทย” เพื่อเร่งฟื้นฟูให้โรงงานสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ ทั้งการส่งผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในการซ่อมแซมเครื่องจักรและอุปกรณ์ การรับบริจาคอุปกรณ์ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบรวมถึงการมอบส่วนลดสินค้าราคาพิเศษ

ทั้งนี้ กกร.สนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อวางแนวทางป้องกันและรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นอกจากนี้ กกร.ให้ความสำคัญต่อการลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ และเสริมความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจ โดยเห็นชอบมติ ครม. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การวางหลักประกันของนายจ้างในการนำคนต่างด้าวมาทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จากเดิมที่กฎกระทรวงปี 2564 กำหนดให้นายจ้างต้องวางหลักประกัน 1,000 บาทต่อคนต่างด้าว 1 คน ซึ่งสร้างภาระต้นทุนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

จึงได้ปรับเป็นระบบอัตราหลักประกันแบบขั้นบันไดตามจำนวนแรงงาน เพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการรายเล็ก เปิดโอกาสให้นำเงินหลักประกันส่วนที่ได้รับคืนมาเสริมสภาพคล่องของกิจการ ขณะเดียวกันยังคงหลักเกณฑ์ความรับผิดชอบของนายจ้างต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ขณะที่ กกร.และเครือข่าย Zero Corruption ประเมินว่าการแก้ปัญหาทุจริตของไทยจำเป็นต้อง “ยกระดับกลไกเชิงระบบ” มากกว่าเพียงมาตรการรณรงค์ จึงเสนอกรอบขับเคลื่อน 6 ด้านที่เน้นการปฏิรูป ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และโครงสร้างข้อมูลของประเทศ

ได้แก่ 1) การปลูกฝังจิตสำนึก 2) นโยบายต่อต้านการทุจริต 3) ระบบบริหารความเสี่ยง 4) เทคโนโลยี 5) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และ 6) แนวทางการร้องเรียนและคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูลพร้อมเปิดแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รายไตรมาสที่มุ่งผลลัพธ์จับต้องได้ ได้แก่ การประกาศเจตนารมณ์ “เอกชนฮั้วไม่จ่ายใต้โต๊ะ” และเร่งให้ธุรกิจเข้าร่วม CAC เพื่อสร้างมาตรฐานต่อต้านสินบนในระดับอุตสาหกรรม การใช้ฐานข้อมูล ACT AI ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ

การสำรวจค่าสินบนใบอนุญาตในหน่วยงานรัฐ และเปิดเผย “10 สินบนที่ไม่ยอมทน” เพื่อผลักดันใบอนุญาตโปร่งใส การจัดเวทีความรู้สกัดทุนเทา-บัญชีม้า การรณรงค์ “เรียกรับ-เราร้อง” ผ่าน Corruption Watch เพื่อให้ประชาชนแจ้งเหตุได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการผลักดันกฎหมายเร่งด่วนด้านการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐตามมาตรฐาน OECD และ OGP ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกวางเป็นข้อเสนอสำคัญต่อรัฐบาล โดยมุ่งเปลี่ยนระบบกำกับดูแลประเทศให้ตรวจสอบได้มากขึ้น ลดต้นทุนคอร์รัปชั่นของภาคธุรกิจ และสร้างความโปร่งใสอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุม กกร. เศรษฐกิจไทย