Skip to content

บีโอไอ อัดเงินช่วยผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 100 ล้าน ผ่านกองทุนเพิ่มขีดฯ

10 ธ.ค. 2568 | 12:07น.
บีโอไอ อัดเงินช่วยผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 100 ล้าน ผ่านกองทุนเพิ่มขีดฯ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าหารือบีโอไอ บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทย โดยบีโอไอให้เงินทุนสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรายละไม่เกิน 100 ล้านบาท พร้อมเสริมสภาพคล่องด้วยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้เข้าพบหารือกับบีโอไอ เพื่อร่วมกันผลักดัน “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”

ซึ่งเป็นมาตรการที่บีโอไอจะให้เงินสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่บีโอไอจับมือ กกร. เพื่อบูรณาการเครื่องมือทางการเงินร่วมกับการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน

“มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” จะให้เงินสนับสนุนแก่นิติบุคคลที่มีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

โดยถ้าเป็นผู้ประกอบการทั่วไป มีเงื่อนไขลงทุนขั้นต่ำ 50 ล้านบาท แต่กรณีเป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่ขึ้นทะเบียนในโครงการ SME ONE ID ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ต้องลงทุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท โดยหากเป็นการวิจัยและพัฒนาจะได้รับเงินสนับสนุน 50% ของเงินลงทุนจริงในโครงการ

และหากเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพกิจการเดิมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการปรับเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมใหม่หรืออุตสาหกรรมสีเขียวจะได้รับเงินสนับสนุน 30% ของเงินลงทุนจริงในโครงการ แต่หากมีการใช้เครื่องจักรที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 30% สัดส่วนเงินสนับสนุนจะเพิ่มเป็น 50% ของเงินลงทุนจริงในโครงการ โดยเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อบริษัท ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในเดือนมกราคม 2569 และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม

การให้เงินสนับสนุนในครั้งนี้ บีโอไอได้ทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อบูรณาการเครื่องมือทางการเงิน เนื่องจากการให้เงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถฯ เป็นการเบิกจ่ายหลังจากที่ผู้ประกอบการได้ลงทุนตามเงื่อนไขแล้ว บางรายอาจมีปัญหาสภาพคล่อง

สมาคมธนาคารไทยจึงเข้ามาช่วยพัฒนาสินเชื่อระยะสั้น (Bridging Loan) พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามโครงการ โดยบีโอไอจะร่วมกับ กกร.จัดเวิร์กช็อป เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจหลักเกณฑ์ของมาตรการอย่างถูกต้อง และสามารถจัดทำข้อเสนอได้ตรงตามวัตถุประสงค์มากที่สุด

นอกจากนี้ บีโอไอ และ กกร. ยังได้หารือแนวทางความร่วมมือภายใต้โครงการ Reinvent Thailand โดยบูรณาการเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ กับมาตรการของสถาบันการเงินและองค์กรเอกชน เพื่อสร้างพลังในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้ตรงเป้าหมาย และสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น

การเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ PromptBiz เพื่อช่วยยืนยันข้อมูลการลงทุนและสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ได้คล่องตัวขึ้น การพัฒนามาตรฐานข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนสามารถใช้รหัสอ้างอิงประเภทธุรกิจที่สอดคล้องกัน ตลอดจนการสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อให้เกิดการยกระดับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกร. บีโอไอ BOI