นักวิชาการ มองห้ามส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา ถูกทางแล้ว เหตุมูลค่าสูงรองจากทองคำ
นักวิชาการ เปิดมุมมอง ห้ามส่งออกน้ำมันไทยไปกัมพูชา ‘มาช้าแต่ถูกทาง’ เนื่องเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง รองจากการส่งออกทองคำ
องศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาอิสระด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวถึงกรณีการห้ามส่งออกน้ำมันไทยไปกัมพูชา ว่า ห้ามส่งออกน้ำมันไทยไปกัมพูชา มาช้าแต่ถูกทาง โดยวิเคราะห์ได้ตามนี้
1.มูลค่าไทยส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา
ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไปกัมพูชาในทุกเส้นทาง (บกและน้ำ) มูลค่า 9,168.3 ล้านเหรียญ หรือ 2.9 แสนล้านบาท โดยร้อยละ 75% ส่งผ่านชายแดนทางบก (3.6 หมื่นล้านบาท) และที่เหลือส่งออกทางน้ำ (0.9 หมื่นล้านบาท) สำหรับน้ำมันที่ไทยส่งออกไปกัมพูชา ถือว่าเป็นสินค้าส่งออกมีมูลค่าสูง เป็นอันดับที่สอง รองจากทองคำ โดยมีมูลค่า 1,425 ล้านเหรียญ หรือ 4.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16% ของการส่งออกทั้งหมดไทยไปกัมพูชา โดยส่งออกไปทางบกสัดส่วน 80% (มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท) ที่เหลือทางน้ำ
2.น้ำมันไทยที่เขมรซื้อระหว่างรบกับไทย
แม้ว่าไทยจะปิดด่านชายแดนทางบก แต่กัมพูชายังมีน้ำมันของไทยใช้ เพราะไทยไม่ปิดเส้นทางการขนส่งสินค้า 100% กัมพูชายังสามารถซื้อน้ำมันไทยผ่าน 2 เส้นทาง คือ ทางน้ำ และผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ประเมินว่ากัมพูชานำเข้าน้ำมันจากไทย อยู่ที่ 2.7-3 หมื่นล้านบาท โดยผ่านทางประเทศพื่อนบ้านเป็นสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นการขนส่งทางน้ำ โดยในระหว่างรบกับไทย กัมพูชายังมีน้ำมันไทยใช้ได้คิดเป็น 60% ของการส่งออกน้ำมันไทยไปกัมพูชา
3.ปิดด่าน 145 วัน ไทยส่งออกเพียง 34%
ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถึง 16 ธันวาคม 2568 รวม 145 วัน ไทยส่งออกผ่านชายแดนทางบกลดลงไป 88,450 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของการส่งออกผ่านชายแดนทางบก (220,032 ล้านบาท) แต่กัมพูชายังมีสินค้าไทยใช้ คิดเป็นมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท โดยมูลค่าน้ำมันที่ลดลงเพียง 34% ของมูลค่าการส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา (45,000 ล้านบาท) แสดงว่า ระหว่างการรบกับไทย กัมพูชายังมีน้ำมันไทยใช้ในประเทศอยู่อีก 66%