เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
Politics ‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
Politics รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
Finance EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
Real Estate จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
Politics นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
Economic ‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
Tech จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
Politics รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
Finance คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
Politics นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
ดูทั้งหมด

CPF เปิดกลยุทธ์เลี้ยงกุ้งให้ได้กำไร 3 : 1 : 0 เคล็ดลับรวยไร่ละ 5 แสน/รอบ

05 ม.ค. 2569 | 08:00น.
ไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์

มีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นการส่งออกกุ้งกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเป็นผลมาจากการที่สหรัฐประกาศอัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากประเทศคู่แข่งอย่างอินเดีย ในอัตรา 60% หากเทียบกับอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยได้รับ อยู่ที่ 19% จึงเป็นโอกาสที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะได้โอกาสในตลาดสหรัฐ ที่เคยเป็นของอินเดียถึง 3 แสนตันได้

นอกจากนี้ ยังมีตลาดสหภาพยุโรปที่ใกล้เจรจาความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับไทยได้สำเร็จอีก 30,000 ตัน อย่างไรก็ตาม หากจะไขว่คว้าตลาดส่งออกกุ้งได้ ก็ต่อเมื่อไทยต้อง “ผลิตกุ้ง” เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 270,000 ตัน ให้ได้ตามเป้าหมายของสมาคมกุ้งไทยที่มองไว้ 400,000 แสนตันเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ตลาดดี แต่ไม่มีสินค้า ก็เท่ากับเสียโอกาส ไม่ได้ประโยชน์แต่อย่างใด

สูตร 3 : 1 : 0 เพิ่มผลผลิตกุ้ง

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจรเขตประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้เปิดมุมมองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเพิ่มผลผลิตกุ้ง ในงาน Thai Aqua Expo 2025 ที่ผ่านมา ระบุว่า ปัญหาหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ในวันนี้มี 2 เรื่อง 1.ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มได้ และแม้จะเพิ่มผลผลิตกุ้งได้ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย 2.ต้นทุนการผลิตสูง และการที่เกษตรกรไทยจะเพิ่มผลผลิตได้ ไปสู่การเป็นผู้นำด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์สู่ความสำเร็จเข้ามาช่วย และการจะเพิ่มผลผลิตโดยการปล่อยลูกกุ้งเข้าบ่อ ไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต แต่จะเป็นการสร้างจำนวนกุ้ง ความหนาแน่นในกุ้งในบ่อมากเกินไป ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

โดยเรามีสูตร 3 : 1 : 0 ที่จะเพิ่มผลผลิตกุ้งให้สูงขึ้นนั้น คือ สูตรที่ว่า 3 สูง 1 ต่ำ 1 ศูนย์ (3 : 1 : 0) คือ อัตรารอดสูงผลผลิตสูง โตเร็ว ส่วน 1 ต่ำ คือ ความเสียหายต้องต่ำหรือไม่เสียหายเลย โดยจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง รักษาความสมดุลในการเลี้ยง เพื่อความสำเร็จและมีกำไรอย่างยั่งยืน และ 1 ศูนย์ สุดท้าย หมายถึง ไม่มีความเสียหายระหว่างการเลี้ยง หากเกิดความเสียหายภายใน 30 วัน จะส่งผลทำให้ไม่มีผลผลิต ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนแฝงให้กับเกษตรกร เช่น ถ้ามีความเสียหาย 10% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 5 บาท/กก.กุ้ง ถ้ามีความเสียหาย 20% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 10 บาท/กก.กุ้ง และถ้ามีความเสียหาย 50% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 40 บาท/กก.กุ้ง

ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตกุ้ง เรามีมาตรฐานระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) คือ ระบบการจัดการและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ (เช่น ฟาร์ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคระบาดโดยเน้นควบคุมการเข้าออกของคน, ยานพาหนะ, วัตถุดิบ (อาหาร, น้ำ) และการจัดการสิ่งแวดล้อมในฟาร์ม เช่น ใช้โรงเรือนระบบปิด (EVAP) และระบบฆ่าเชื้อที่จุดเข้าออก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญและเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี ความท้าทายของผู้เลี้ยงกุ้งยังมี คือ ต้นทุน โรคกุ้ง การเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสี่ยงว่าอาจจะไม่มีผลผลิต คำถาม คือ เกษตรกรจะผ่านพ้นปัญหานี้ได้อย่างไร คำตอบ คือ การวางระบบไบโอซีเคียวริตี้ สำคัญเพราะระบบนี้ จะสามารถป้องกันกุ้งในฟาร์มได้ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ โดยเฉพาะ “ทางน้ำ” ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด มากกว่า 60%

กุ้งยิ่งตัวใหญ่ยิ่งกำไรดี

สูตรการเลี้ยงกุ้ง ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งได้ราคาดี จะสามารถสร้างผลตอบแทนต่อเกษตรกรในรูปกำไรได้สูงสุดถึง 500,000 บาทต่อไร่ หรือกำไร กก.ละ 100 บาทต่อกุ้งขนาดใหญ่ 20 ตัว/กก. การเลี้ยงกุ้ง 1 ไร่ จะได้ผลผลิต 5,000 กก. กุ้งไซซ์ใหญ่ได้ราคา กก.ละ 280 บาท จากต้นทุน 180 บาท กำไร กก.ละ 100 บาท เพราะเทียบกับการผลิตไซซ์เล็ก เช่น 70 ตัว/กก. จะได้ผลผลิต 1,400 กก. กุ้งไซซ์เล็กได้ราคา กก.ละ 150 บาท เทียบกับต้นทุน 120 บาท กำไร กก.ละ 30 บาท ทำกำไรต่อไร่ได้เพียง 40,000 บาทเท่านั้น

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า กุ้งตัวใหญ่เลี้ยงนานขึ้น เปลืองอาหาร แล้วจะมีกำไรดีได้อย่างไร นายไพโรจน์อธิบายว่า ต้นทุนการผลิตกุ้ง จะประกอบไปด้วย ค่าลูกกุ้ง ค่าอาหารกุ้ง ค่าเวชภัณฑ์ ค่าพลังงาน ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การปรับวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องเริ่มจาก “การเพิ่มประสิทธิภาพ” หมายถึง การใช้ทรัพยากรในการผลิตคุ้มค่าแค่ไหน ใช้บ่อกับการเลี้ยง เราใช้ความสามารถในการผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ บางคนอาจจะ 30-80% แล้วแต่คน เพราะแต่ละคนจะมีระยะเวลาการหยุดพัก ขณะที่ “การรักษาสมดุลการเลี้ยง” คือ สมดุลของกุ้ง จุลินทรีย์ เชื้อโรคในบ่อกุ้ง ลดของเสียในระบบ และเราจะบริหารอย่างไร ซึ่งมันจะเกี่ยวกับต้นทุนและประสิทธิภาพรวมถึงเงินในกระเป๋า เรื่องนี้จะต้องอาศัยการใช้ “โปรไบโอติกฟาร์มมิ่ง” มาช่วยสร้างสมดุลให้กับจุลินทรีย์เสริมสุขภาพกุ้ง จุลินทรีย์บำบัดในเนื้อน้ำ และจุลินทรีย์บำบัดพื้นบ่อ

3 คีย์เวิร์ดสร้าง “กำไร”

อย่างไรก็ดี การเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต สิ่งที่คาดหวัง คือ การสร้างผลกำไร รายได้ตอบแทน และการจะได้มานั้น 1.ผลผลิตสูง คือ ต้องมีความสามารถในการรองรับผลผลิต (Carrying Capacity) สูง จากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ปริมาณแร่ธาตุ ออกซิเจน ปริมาณสารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตอื่น การเพิ่มความสามารถในการรองรับผลผลิตจะหมายถึงการเพิ่มพื้นที่สะอาดในบ่อ การเพิ่มระดับน้ำ เช่น จากบ่อลึก 1.5 เมตร เป็น 2 เมตร ผลผลิตเพิ่ม 33% หากเพิ่มความลึกจาก 1.5 เป็น 3 เมตร ผลผลิตเพิ่ม 100% การจัดการ เช่น การดูดตะกอน การให้อาหาร และคุณภาพน้ำ และความหนาแน่นที่ปล่อย เฉลี่ย 100,000 ตัวต่อไร่ และขนาดกุ้งที่จับได้ ยิ่งใหญ่ยิ่งได้ราคาดี

อีกเคล็ดลับ คือ การแบ่งจับกุ้งบางส่วน สมมุติ ถ้าบ่อสามารถรองรับผลผลิตได้ 3,000 กก./ไร่ เกษตรกรอาจจะแบ่งจับกุ้ง 30% จำนวน 1,000 กก.ก่อน คงเหลือกุ้ง 70,000 ตัว สามารถเลี้ยงได้ถึงขนาด 23 ตัว/กก. จะได้ผลผลิต 3,000 กก. รวมการจับสองรอบ ได้ผลผลิต 4,000 กก.

2.คุณภาพผลผลิตดี คือ กุ้งสุขภาพดี ไม่ป่วย สามารถขาย “กุ้งเป็น” ได้ ปลอดสารตกค้างและไซซ์ใหญ่ และ 3.กุ้งไม่เสียหาย จึงไม่เกิดต้นทุนแฝง อัตรารอดสูง เท่ากับต้นทุนค่าลูกกุ้งต่ำ ในทางตรงกันข้าม หากอัตรารอดต่ำ เช่น อัตรารอดหายไป 20% ต้นทุนค่าอาหารจะเพิ่มขึ้น 10-12 บาท/กก. ค่าลูกกุ้งจะเพิ่มขึ้น 20% และกุ้งโตเร็ว อัตราแลกเนื้อต่ำ ค่าพลังงานและค่าเวชภัณฑ์ก็ต่ำ

“ขอให้เกษตรกรท่องไว้เลยว่า ค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าปัจจัยการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1 บาท ถ้ากุ้งโตเร็ว 10 วัน ต้นทุนลดลง 10 บาท/กก.เช่น รอบหนึ่งเลี้ยง 90 วัน จากปกติเลี้ยง 120 วัน ต้นทุนหายไป 30 บาท/กก.”

ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เริ่มตั้งแต่ความสำเร็จต้อง 100% เพื่อลดต้นทุนแฝง การเพิ่มความสามารถในการรองรับผลผลิตกุ้งของบ่อเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่ การเป็นผู้นำต้นทุนการเลี้ยงต่ำ การสร้างสมดุลการเลี้ยงให้เหมาะสมด้วยโพรไบโอติกฟาร์มมิ่ง การผลิตกุ้งคุณภาพ ปลอดภัยไร้สารตกค้าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงสร้างรายได้งาม แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมกุ้งไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CPF กุ้ง