ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นหลังอุปทานหยุดชะงักในคาซัคสถาน แม้ว่าตลาดยังคงกังวลต่อสถานการณ์กรีนแลนด์
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น ภายหลังตลาดคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบของคาซัคสถานจะปรับตัวลดลงชั่วคราวจากการระงับการผลิตที่แหล่งน้ำมัน Tengiz และ Korolev อันเนื่องมาจากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงไฟฟ้าในแหล่ง Tengiz ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้าบางส่วนของไซต์งาน
นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบของคาซัคสถานยังคงเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาในการส่งออกและการโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเรือขนส่งในทะเลดำ สะท้อนจากปริมาณการส่งออกระหว่างวันที่ 1-12 ม.ค. 69 ที่ปรับลดลงร้อยละ 35 และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงร้อยละ 50
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 20 ม.ค. 2569 อยู่ที่ 60.34 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.90 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 64.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.98 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อยุโรปอีกครั้ง หลังประเด็นเกี่ยวกับกรีนแลนด์ที่มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดกระแส “ขายอเมริกา” ซ้ำรอยเดิมกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อการประกาศเก็บภาษีเมื่อ เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้น พันธบัตร และดอลลาร์ของสหรัฐปรับตัวลดลง
ตลาดยังคงความกังวลต่อสถาณการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมต่อสมาชิกสหภาพยุโรป โดยจะเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 69 และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 25% หากสหรัฐยังไม่สามารถเข้าครอบครองกรีนแลนด์ได้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าภัยคุกคามด้านภาษีของทรัมป์จะกดดันตลาดน้ำมันดิบ เนื่องจากมาตรการภาษีดังกล่าวอาจนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ลดลง
