ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังคาซัคสถานสามารถกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันดิบได้อีกครั้ง ขณะที่สหรัฐเผชิญภาวะการผลิตหยุดชะงักจากพายุฤดูหนาวรุนแรง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบส่วนเพิ่มจากคาซัคสถานที่สามารถกลับมาผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบภายในประเทศได้อีกครั้ง หลังเกิดเหตุไฟฟ้าดับเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องหยุดการผลิตน้ำมันดิบชั่วคราว
ทั้งนี้ คาซัคสถานยังสามารถกลับมาส่งน้ำมันดิบผ่านทาง Caspian Pipeline Consortium (CPC) ที่ใช้ส่งออกน้ำมันดิบจากคาซัคสถานสู่ทะเลดำได้อีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุงหนึ่งในสามของจุดจอดเรือ
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 26 ม.ค. 68 อยู่ที่ 60.63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.44 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 65.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.29
ตลาดจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังโฆษกทำเนียบเครมลินได้ออกมาเปิดเผยถึงการเจรจาล่าสุด ณ กรุงอาบูดาบี เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ามีสัญญาณที่ดีแม้จะยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ โดยประเด็นพื้นที่ดอนบาสยังคงเป็นประเด็นหลัก ซึ่งทางยูเครนยังคงยืนกรานว่าจะไม่ยอมยกดินแดนให้รัสเซียในพื้นที่ที่รัสเซียไม่สามารถยึดครองได้ อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้กล่าวอ้างว่าได้เข้ายึดพื้นที่ดอนบาสมากกว่า 90% แล้ว และยังคงเดินหน้าเพื่อยึดครองพื้นที่ดอนบาสทั้งหมดของยูเครน
การผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐต้องหยุดชะงักจากสภาพอากาศที่เลวร้ายหลังได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูหนาวเฟิร์น (Fern) ที่เข้าพัดถล่มในหลายพื้นที่ของสหรัฐ ส่งผลให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบและโรงกลั่นในสหรัฐหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า อิทธิพลของพายุดังกล่าวทำให้สูญเสียการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั่วประเทศ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐได้ส่งกองเรือและกองทหารไปยังตะวันออกกลาง เพื่อกดดันอิหร่านไม่ให้สังหารผู้ประท้วงเพิ่มเติมและกลับมาเริ่มโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ด้านอิหร่านได้ออกมาขู่ตอบโต้ว่าจะโจมตีกลับ หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีในดินแดนของตน
