กุ้งไทยรอข่าวดี มาเลเซียตลาด 1 หมื่นตัน/ปี จ่อเปิดโต๊ะเจรจา
สมาคมกุ้งไทยจับมือพันธมิตร 19 องค์กร ขอบคุณรัฐบาลสั่งการรวดเร็ว หลัง “สุริยะ” ลงนามหนังสือถึงรัฐมนตรีเกษตรฯ มาเลเซีย เปิดทางเจรจายกเลิกระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ กระทบตลาดส่งออกปีละ 10,000 ตัน พร้อมชงแผน 5 ปี ดันกุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ ฟื้นโครงสร้างอุตสาหกรรมแสนล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมกุ้งไทย ร่วมกับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เข้าพบนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เพื่อยื่นข้อเสนอเร่งด่วนในการแก้ไขวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทย ทั้งมาตรการระยะสั้นกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย และมาตรการระยะยาวในการผลักดันแผนยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ
ภาคเอกชนสะท้อนปัญหาสำคัญ 2 ประเด็นหลัก โดยประเด็นแรกคือการเร่งเจรจากับทางการมาเลเซีย หลังจากมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งฟ้า มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569
มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราคากุ้งในประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากมาเลเซียเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มีปริมาณนำเข้ากุ้งจากไทยราว 10,000 ตันต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ภาคใต้
ภาคเอกชนจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการเจรจาระดับรัฐบาล เพื่อผ่อนปรนและเปิดด่านให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตกุ้งกำลังทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมาก
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรเข้าใจถึงความสำคัญของมาตรการด้านความปลอดภัยอาหาร แต่ต้องการให้ทั้งสองประเทศร่วมกันกำหนดแนวทางตรวจสอบที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นสากล เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคต
สำหรับประเด็นที่สอง สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งเสนอให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อน “แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573” เพื่อปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
แผนดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมโรคระบาด การลดต้นทุนการผลิต และการขยายตลาด โดยภาคเอกชนคาดว่าจะช่วยกระจายรายได้ รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และดูแลผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกุ้งมากกว่า 2 ล้านคน
ในการประชุม นายวัชระพลแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการแล้ว
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศจะประสานรายละเอียดเบื้องต้นก่อนการหารือ โดยคาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และการส่งออกกุ้งของไทย
ส่วนแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 นายวัชระพลได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอไปพิจารณา และจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการอย่างรวดเร็วหลังได้รับหนังสือร้องเรียนก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน การที่กระทรวงเกษตรฯ ลงนามหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย
“ปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งโรคระบาด ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ตลอดจนภาวะขาดแคลนคำสั่งซื้อจากผลกระทบของสงครามโลก การผลักดันแผนปฏิบัติการฯ ให้เป็นวาระแห่งชาติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถให้กุ้งไทยกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศอีกครั้ง” นายเอกพจน์กล่าว
สำหรับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมกุ้งไทย, สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย, สมาคมกุ้งตะวันออกไทย, สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย, สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด, ชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดกระบี่, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งฉะเชิงเทรา, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งเพชรบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพชุมพร, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตะกั่วป่า คุระบุรี, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งประจวบคีรีขันธ์, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งระนอง, ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสตูล, ชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ, คลัสเตอร์กุ้งกุลาดำไทย และประธานคลัสเตอร์กุ้งกุลาดำภาคตะวันออก