50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
หากพูดถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างระบบประปาและวางท่อส่งนํ้าของประเทศไทย ชื่อของ “วงษ์สยามก่อสร้าง” อาจไม่ได้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด หรือรับงานขนาดใหญ่ที่สุดในทุกโครงการ แต่หากวัดจากประสบการณ์การทำงานระยะเวลา 50 ปีที่ครํ่าหวอดอยู่กับหน่วยงานภาครัฐ และการพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจบริหารจัดการนํ้าแบบครบวงจร บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในวงการนํ้าภาคตะวันออก
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “นายอนุฤทธิ์ เกิดสินธ์ชัย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ถึงเส้นทางการเติบโตจากผู้รับเหมาระบบประปาสู่ผู้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC ที่ดูแลตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง วางระบบ ผลิตน้ำ ส่งน้ำ ไปจนถึงบริหารโครงการน้ำให้ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ในขณะเจ้าตัวพูดซ้ำหลายครั้งตลอดการสนทนาว่า “ผมไม่เคยคิดจะรวยที่สุด แต่ผมอยากให้บริษัทอยู่ได้ยาวที่สุด”
สร้างชื่อจากงานประปาแหลมฉบัง
บริษัทเราก่อตั้งปี 2519 ช่วงแรกเริ่มต้นจากการรับงานก่อสร้างอาคารในค่ายทหาร รับงานราชการเป็นหลัก โดยประมูลงานของหน่วยทหารมาตลอด เมื่องานเริ่มลดลง จึงขยายมารับงานภาครัฐอื่น ๆ ซึ่งผมนำประสบการณ์จากการทำระบบน้ำให้กรมทหาร มาประมูลงานของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และกรมชลประทาน ซึ่งขณะนั้นผู้รับเหมางานประเภทนี้ยังมีน้อย ทำให้บริษัทได้งานในราคาที่เหมาะสมและมีผลตอบแทนดีกว่างานอาคาร ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา บริษัทจึงมุ่งทำงานด้านระบบน้ำอย่างจริงจัง ศึกษาเรื่องน้ำทุกด้านและยึดหลักที่คุณพ่อสอนไว้ว่า “ทำงานให้ดี ก่อสร้างให้ดี ชื่อเสียงจะตามมาเอง”
ผมเรียนจบด้านกฎหมาย ไม่ได้จบวิศวกรรม และไม่ได้เรียนบัญชีหรือการเงิน แต่เพราะในตอนเด็กคุณพ่ออ่านหนังสือไทยไม่ได้ เวลาดูแบบก่อสร้าง จะให้ผมอ่านแบบให้ฟังเสมอ ทำให้ผมได้เรียนเรื่องการอ่านแบบ การคำนวณ และการดูโครงสร้างเหล็ก ทำแบบนี้อยู่เป็น 10 ปีจนเกิดความเข้าใจและมองภาพงานออก จนกระทั่งคุณพ่อเสียชีวิตปี 2537 ผมเริ่มเข้ามารับผิดชอบโครงการก่อสร้างระบบประปาของ กปภ.ที่แหลมฉบัง ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ผมคุมงานเอง ผมลงพื้นที่คุมงานเองแทบทุกวัน ตลอด 325 วัน มากกว่าผู้ควบคุมงานของหน่วยราชการเสียอีก สัญญาก่อสร้างกำหนดไว้กว่า 2 ปี แต่ผมสามารถก่อสร้างเสร็จภายใน 1 ปี ตอนนั้นมูลค่าโครงการประมาณ 117 ล้านบาท หากเทียบปัจจุบันก็น่าจะมีมูลค่าระดับพันล้านบาท เมื่อสร้างเสร็จก่อนกำหนด กปภ.ก็นำระบบไปใช้ได้ทันที สร้างรายได้เพิ่มเกือบ 50 ล้านบาท จุดนี้ทำให้คนในวงการประปาเริ่มเชื่อมั่นในฝีมือของบริษัท
2 จุดเด่นของ “วงษ์สยาม”
อีกเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นจุดเปลี่ยน คือ ในสมัยนั้นแบบก่อสร้างของ กปภ.กำหนดให้ผนังคอนกรีตต้องฉาบปูนภายหลัง ผมมองว่าหากทำเป็นคอนกรีตเปลือยที่มีผิวเรียบได้ก็ไม่จำเป็นต้องฉาบปูน ซึ่ง กปภ.ยอมรับแนวคิดนี้ ทำให้สามารถประหยัดงบฯฉาบปูนได้มาก ลดปัญหาปูนร่อนและแตกร้าวในอนาคต วงษ์สยามจึงเป็นผู้รับเหมารายแรกที่ทำให้การประปาฯเห็นตัวอย่างจริง หลังจากนั้นการประปาฯก็เปลี่ยนแนวทางการออกแบบ ไม่กำหนดให้ต้องฉาบปูนผนังคอนกรีตอีก
งานของบริษัทส่วนใหญ่เป็นงานภาครัฐ เราเติบโตต่อเนื่องจากเดิมมีรายได้ปีละ 300-400 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจากประสบการณ์การประมูลงานราชการในวงการผู้รับเหมาเองมันก็มีการแข่งขันอยู่แล้ว ผมพยายามอยู่ร่วมกันอย่างเอื้อเฟื้อกัน หากรู้ว่าบริษัทไหนต้องการงานประเภทใด เราก็พยายามไม่เข้าไปแข่งขัน ไม่ใช่การฮั้วประมูล แต่เป็นการไม่แย่งตลาดกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถทำธุรกิจอยู่ได้ เป็นการพัฒนาวงการมากกว่าการแข่งขันกันทุกโครงการ
“ความเชื่อถือ” สำคัญที่สุด
หลายครั้งมีคนถามว่า เหตุใดบริษัทไม่เร่งขยายกิจการ หรือไม่ตั้งเป้าทำกำไรในระดับสูงเหมือนผู้รับเหมารายใหญ่หลายแห่ง ผมเองไม่ต้องการกำไรแบบ Over Price เพราะบริษัทเติบโตอย่างช้า ๆ ไม่ต้องการโตเร็ว สร้างรายได้สวยงาม แต่มาพร้อมความเสี่ยงภาระการเงิน การแข่งขันที่รุนแรง และแรงกดดันที่ต้องรักษากำไรให้ได้ ผมขอแค่ทำงานให้ได้กำไรเหลือสัก 10% ก็พอ ขอให้บริษัทอยู่ได้ ขอให้ลูกน้องมีงานทำ ขอให้ลูกค้าเชื่อใจ เลือกที่จะเล่นเกมยาวดีกว่า
ทรัพย์สินสำคัญที่สุดของบริษัท ไม่ใช่เครื่องจักรหรือ Backlog (ตัวเลขงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง) 8,000 ล้านบาท แต่เป็น “ความเชื่อถือ” ผมมีความสุขมากกว่าเวลาคนชมบริษัทมากกว่าดูตัวเลขกำไร วันนี้เวลาไปตามหน่วยงานต่าง ๆ มักได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่และลูกค้าเก่า หลายคนจำเราได้เพราะเราทำงานจริง การทำธุรกิจมีเจ็บตัวบ้างขาดทุนบ้างแต่ชื่อเสียงต้องอยู่ ตอนนี้บริษัทได้รับการยอมรับว่า มีความเชี่ยวชาญงานระบบน้ำ
ผมยังเชื่อว่า ระบบ Manual แม่นยำกว่าโปรแกรมคำนวณและระบบ AI การอ่านแบบก่อสร้างไม่ใช่แค่ดูตัวเลข แต่ต้องมองภาพให้ออก ต้องเห็นรูปตัด รูปด้าน แล้วจินตนาการให้ออกว่าอาคารจริงจะเป็นอย่างไร มันจะทำให้เรามองเห็นต้นทุนได้ทันทีว่า เหล็กส่วนไหนเกิน ตรงไหนลดได้ ตรงไหนห้ามลด วิศวกรบางคนเพิ่งจบใหม่ยังดู Section ไม่ออกเลย ผมเชื่อว่าประสบการณ์หลายสิบปีเป็นความได้เปรียบที่โปรแกรมยังทดแทนไม่ได้
จี้เอาจริงเรื่องนายหน้า-แบล็กลิสต์
เรื่องระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้รับเหมาทั้งหมด แต่อยู่ที่คนกลาง ผมไม่สนับสนุนพวกถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ หมายถึงบริษัทที่ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีคนทำงาน ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อประมูลงานแล้วขายต่อให้ผู้รับเหมาจริงสุดท้ายก็โดนหักหัวคิวหลายทอด คุณภาพงานก็ลด ผมอยากให้รัฐกำหนดเงื่อนไขใหม่ว่า ผู้รับเหมาที่เข้าประมูลต้องมีเครื่องจักรเป็นของตัวเอง มีทีมงานจริงไม่ใช่ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรับงานแล้วขายต่อ อีกประเด็นที่ผมว่ายังแก้ไม่ตก คือ ระบบ Blacklist มีแต่ไม่จริงจัง หลายครั้งผู้รับเหมาที่ควรถูกขึ้นบัญชีดำสามารถกลับเข้ามาประมูลงานใหม่ได้ บางทีรู้ว่ากำลังจะโดนแบล็กลิสต์ก็ไปวิ่งการเมือง สุดท้ายก็กลับเข้ามารับงานเหมือนเดิม หากรัฐต้องการยกระดับคุณภาพงาน ระบบลงโทษต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นปัญหาจะเกิดซ้ำไม่มีวันจบ
นอกจากนี้ เรื่องราคากลางที่สูงเกินจริง คือ จุดเริ่มต้นของการทุจริต การป้องกันคอร์รัปชั่นที่ดีที่สุดอย่าให้ราคากลางโอเวอร์ ผมเสนอให้ทางกระทรวงพาณิชย์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการตรวจสอบราคาวัสดุก่อสร้าง เพราะปัจจุบันพบว่าหลายหน่วยงานตั้งราคากลางแตกต่างกันถึง 40-50% ทั้งที่ใช้วัสดุชนิดเดียวกัน หากมีฐานข้อมูลราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันจะลดช่องว่างในการแทรกแซงและการบวกราคาได้มาก และเมื่อราคากลางสะท้อนต้นทุนจริง ผู้รับเหมาก็ไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพงานเพื่อให้มีกำไร
เผยสูตรลับบริหารจัดการน้ำ
ปัจจุบันบริษัทบริหารแหล่งน้ำสำคัญของภาคตะวันออก ได้แก่ อ่างหนองปลาไหล อ่างดอกกราย และอ่างหนองค้อ ซึ่งถือเป็นหัวใจของพื้นที่ EEC ซึ่งปัญหาน้ำของประเทศไม่ใช่ไม่มีน้ำ แต่คือ การสูบน้ำผิดที่ เช่น เอาน้ำจากระยองไปขายที่ชลบุรี ทำให้ระยองขาดน้ำ ดังนั้น วิธีการจัดการคือ ต้องผันน้ำให้ถูกอ่าง ผมเชื่อว่า หากบริหารแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ปริมาณน้ำจะเพียงพออีกหลายปี ปัจจุบันกรมชลประทานเริ่มเข้าใจระบบการบริหารน้ำมากขึ้น ทำให้การวางแผนผันน้ำมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ผมกล้าการันตีขั้นต่ำเรื่องน้ำให้นักลงทุนได้เลย เวลาเราไปพบนักลงทุน เขาถามอย่างเดียวว่า น้ำพอไหม ผมบอกเลยคุณต้องการเท่าไร ผมรับประกันขั้นต่ำให้ได้ แนวทางนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับการสื่อสารเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำพอ ๆ กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เรื่องการแข่งขัน ผมไม่เคยมองบริษัทอื่นเป็นศัตรู ผมสอนทีมงานเสมอว่าคู่แข่งไม่ใช่ศัตรู เราต้องทำให้เขาเป็นพันธมิตร เราไม่ได้เก่งกว่าคนอื่น แต่เราอ่านเกม แม้คู่แข่งบางรายจะซื้อน้ำดิบจากวงษ์สยามไปผลิตขายต่อ เราก็ยังให้ความร่วมมือเพราะลูกค้าคือพระเจ้า ปัจจุบันราคาน้ำจากเราที่ขายให้ภาคอุตสาหกรรมราว ๆ 10 บาทต่อหน่วย ที่ขายถูกได้ไม่ใช่การตัดราคาคู่แข่ง แต่เป็นเพราะมีต้นทุนที่ต่ำจากการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอนนี้วงษ์สยามมีงานในมือราว 8,000-9,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นโครงการภาครัฐ ทั้งของกรมชลประทาน กปภ. เทศบาล และหน่วยงานด้านน้ำ งานในมือเกือบทั้งหมดเป็นงานรัฐ เราไม่เคยวิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน เราไม่เคยไปจองโครงการ เพราะเรามีจุดแข็งของบริษัทอยู่แล้ว อย่างเรื่องการบริหารแรงงาน หลายโครงการใช้คนเพียง 60 คน แต่ทำผลงานได้เทียบเท่า 200 คน เคล็ดลับคือ การสร้างแรงจูงใจ เช่น ช่วงฝนตก บริษัทอื่นหยุดแล้วไม่จ่ายค่าแรง แต่ผมจ่ายปกติ หากทำงานได้ก็มีโอที คนงานรู้ว่ารายได้เขาไม่หาย เขาก็อยากทำงานกับเรา และยังใช้ระบบโบนัสเป็นทีม ถ้าคนหนึ่งอู้ทุกคนเสียสิทธิทั้งทีม สุดท้ายคนงานช่วยกันดูแลกันเอง
ส่งไม้ต่อรุ่นใหม่ให้ลูกสาว
ปีนี้ผมอายุ 66 ปีแล้ว คาดว่าจะทำงานอีก 3-4 ปี ระหว่างนี้จะถ่ายทอดความรู้ให้ลูกสาว ให้ทีมงาน เป้าหมายคือ วางรากฐานให้บริษัทเดินต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องที่ค้างอยู่ คือ แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งตอนนี้ชะลอไว้ก่อน แต่เป็นความฝันที่อยากเข้าตลาดหุ้น ไม่ใช่เพื่อระดมทุน แต่เพื่อสร้างบริษัทที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่า 5% ทุกปี
สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด คือ ผลงานการสร้างท่อส่งน้ำ ซึ่งหากนับระยะทั้งหมด น่าจะยาวที่สุดในประเทศไทย และที่น่าภูมิใจยิ่งกว่า คือ การรักษาชื่อเสียง ผมอยากให้คนจำว่า วงษ์สยามเป็นบริษัทที่ทำงานจริง ซื่อสัตย์ และทำให้ภาครัฐได้ประโยชน์ อยากให้ลูกค้าเชื่อถือมากที่สุด เพราะชื่อเสียงอยู่กับเราได้นานกว่าเงิน ขาดทุนนิดหน่อยผมยังพอรับได้ แต่เสียชื่อเสียงผมรับไม่ได้