เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เกษตรฯ ชูดิจิทัล-นวัตกรรม ดันระบบอาหารปลอดภัยแห่งอนาคต

12 มิ.ย. 2569 | 06:44น.

รองปลัดเกษตรฯ ร่วมเปิดงาน Asia Food Safety Forum 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัย บนฐานดิจิทัล นวัตกรรม และเศรษฐกิจหมุนเวียน ย้ำความปลอดภัยอาหารไม่ใช่แค่ประเด็นสาธารณสุข แต่เป็นรากฐานความมั่นคงอาหาร เศรษฐกิจ และการค้าโลก พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มตรวจสอบย้อนกลับ-ยกระดับมาตรฐานรับรองสินค้าเกษตร

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Asia Food Safety Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Digitalization, Innovation and Circularity” ณ อิมแพ็ค อารีน่า ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ระบบอาหารในปัจจุบันกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความผันผวนทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความปลอดภัยอาหารไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล กำลังเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการระบบความปลอดภัยอาหารอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ การตอบสนองต่อความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น การคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการติดตามแบบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT

เครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับระบบอาหารในยุคใหม่

นายกฤษกล่าวว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงยกระดับกระบวนการรับรองมาตรฐานบนฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนดังกล่าวจำเป็นต้องมีกรอบการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเกษตรและอาหาร

ขณะที่ “นวัตกรรม” มีความหมายกว้างและสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดิจิทัล โดยครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี สถาบัน นโยบาย และสังคม จึงต้องส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่เป็นรูปธรรมและตั้งอยู่บนฐานวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ต้องลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างทักษะให้กำลังแรงงานสามารถปรับตัวต่อระบบอาหารที่มีความซับซ้อนและเป็นดิจิทัลมากขึ้น

สำหรับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความยั่งยืนควบคู่กับความปลอดภัยอาหาร ผ่านการลดของเสีย การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และการส่งเสริมระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายกฤษกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความมุ่งมั่นทำงานร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันระบบอาหารที่ปลอดภัย ยั่งยืน และครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยยึดหลักการพัฒนาบนฐานวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างกรอบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและภาคการค้า พร้อมขับเคลื่อนระบบอาหารแห่งอนาคตให้มีความยืดหยุ่น และสามารถรับมือกับความท้าทายของโลกได้อย่างยั่งยืน

“ก้าวต่อไป เราต้องมั่นใจว่าความพยายามของประเทศไทยจะครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งอยู่บนฐานวิทยาศาสตร์ และมองไปข้างหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลต้องช่วยลด ไม่ใช่ขยายช่องว่างที่มีอยู่ นวัตกรรมต้องเข้าถึงได้จริง และเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องสามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้ เหนือสิ่งอื่นใด การดำเนินการร่วมกันของทุกภาคส่วนต้องนำไปสู่ระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต” นายกฤษกล่าว