ทุเรียน
“สุริยะ” สั่งด่วน “สรวุฒิ” เดินหน้าชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” บูรณาการ 4 หน่วยงาน กรมวิชาการเกษตร-กรมประมง-กรมปศุสัตว์-มกอช. ปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายเข้มข้น ช่วงทุเรียนออกตลาด สกัดลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน-ทุเรียนสวมสิทธิ์ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก หลังส่งออกทุเรียนสดไปจีนทั้งประเทศแล้ว 768,154.84 ตัน มูลค่า 88,254.79 ล้านบาท ลุ้นปีนี้ทะลุสถิติ 150,000 ล้านบาท
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ได้มอบหมายให้ตนในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ”

ชุดเฉพาะกิจดังกล่าวเป็นการบูรณาการ 4 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทุเรียนออกสู่ตลาด ซึ่งต้องเฝ้าระวังปัญหาทุเรียนสวมสิทธิ์ และการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน
นายสรวุฒิกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ เนื่องจากปัญหาในภาคเกษตรเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ หากขาดการบูรณาการที่เข้มแข็ง อาจทำให้การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายมีช่องว่าง
สำหรับชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” เป็นกลไกบูรณาการการทำงานของ 4 หน่วยงานหลักที่ถือกฎหมายต้นทางด้านการเกษตร ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีภารกิจและกฎหมายเฉพาะด้านในการกำกับดูแลสินค้าเกษตร

การทำงานร่วมกันจะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีเอกภาพ สามารถใช้เครื่องมือและอำนาจตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การดูแลเกษตรกร และการส่งเสริมภาคการเกษตร
นายสรวุฒิกล่าวว่า การลงพื้นที่ของชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” จะช่วยยกระดับการประสานงานและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของประเทศ
ปีนี้ถือเป็นปีทองของทุเรียนไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่ส่งออกทุเรียนผลสดไปจีนแล้ว 39,665 ชิปเมนต์ ปริมาณ 644,025.25 ตัน มูลค่า 74,262.97 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศสะสมระหว่างวันที่ 1 มกราคม-10 มิถุนายน 2569 มีปริมาณส่งออก 47,310 ตู้/ชิปเมนต์ ปริมาณ 768,154.84 ตัน มูลค่า 88,254.79 ล้านบาท
นายสรวุฒิกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าทุเรียนเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ และปีนี้ไทยมีโอกาสทำลายสถิติการส่งออกของปีที่แล้วที่ 150,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการรักษาคุณภาพทุเรียนอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ การกำกับดูแลทุเรียนต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ การนำเข้าเพื่อแปรรูปที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดนในลักษณะ “กองทัพมด” ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากอาจมีการนำทุเรียนจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย
หากทุเรียนที่สวมสิทธิ์ถูกตรวจพบสารตกค้าง ศัตรูพืช หรือปัญหาด้านคุณภาพ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของทุเรียนไทยในตลาดโลก เพราะประเทศคู่ค้าอาจมองว่าเป็นปัญหาของสินค้าไทยทั้งหมด
“ทุเรียนต้องแยกการกำกับดูแลออกเป็น 2 ส่วน คือ การนำเข้าเพื่อแปรรูปที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดนในลักษณะกองทัพมด ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์สินค้าไทย เมื่อเกิดปัญหาสารตกค้างหรือศัตรูพืช ประเทศคู่ค้าอาจมองว่าเป็นปัญหาของสินค้าไทยทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องยกระดับการตรวจสอบและเฝ้าระวังให้เข้มงวดมากขึ้น” นายสรวุฒิกล่าว
นายสรวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องชื่นชมกรมวิชาการเกษตรและ มกอช. ที่ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพทุเรียนอย่างเข้มแข็ง โดยปีนี้มาตรการ “4 ไม่” ที่ดำเนินการมาเห็นผลชัดเจน ทำให้ผลผลิตทุเรียนไทยมีคุณภาพ และช่วยผลักดันให้ปีนี้เป็นปีทองของทุเรียนไทย