เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ครม.ไฟเขียว “สถานทูตเมียนมา” ซื้อที่ดินเพิ่ม 2 ไร่ ยึดหลักต่างตอบแทน เว้นภาษีซื้อ-ขายอสังหาฯ

18 มิ.ย. 2569 | 16:14น.
ทำเนียบรัฐบาล

ครม.ไฟเขียว ‘เมียนมา’ ซื้อที่ดินเพิ่ม 2 ไร่ ขยายกงสุลเชียงใหม่-ที่พักผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน ยึดหลักต่างตอบแทน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า ครม.ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติเห็นชอบร่างหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่าด้วยการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร เพื่อใช้เป็นที่ทำการและที่พักอาศัยของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในดินแดนของอีกฝ่าย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

นางสาวลลิดากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการจัดทำความตกลงในรูปแบบ “หนังสือแลกเปลี่ยน” ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมา เพื่อยืนยันสิทธิในการได้มา ถือครอง หรือจำหน่ายที่ดินและอาคารที่ใช้เป็นสถานที่ทำการหรือที่พำนักของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของทั้งสองประเทศ บนหลักปฏิบัติต่างตอบแทน รวมถึงการยกเว้นภาษี อากร และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

นางสาวลลิดากล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไทยถือครองกรรมสิทธิ์อาคารและที่ดินในกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา รวมเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ 51.2 ตารางวา สำหรับใช้เป็นสถานเอกอัครราชทูตไทยและทำเนียบเอกอัครราชทูต ขณะที่รัฐบาลเมียนมาถือครองกรรมสิทธิ์อาคารและที่ดินในกรุงเทพมหานคร รวมเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา สำหรับใช้เป็นสถานเอกอัครราชทูตและสถานที่เกี่ยวข้องทางการทูต โดยทั้งสองฝ่ายถือครองมาตั้งแต่ปี 2491

นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลเมียนมาได้แจ้งความประสงค์ขอซื้อที่ดินและอาคารเพิ่มเติมในประเทศไทย รวมเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 26.7 ตารางวา แบ่งเป็นที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นที่ทำการสถานกงสุลใหญ่เมียนมา ณ จังหวัดเชียงใหม่ และที่พำนักของกงสุลใหญ่และเจ้าหน้าที่ รวมถึงที่ดินพร้อมอาคารในกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นสำนักงานและที่พักของผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบแล้วพบว่า ไทยและเมียนมายังไม่เคยจัดทำความตกลงระหว่างกันว่าด้วยการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเห็นควรจัดทำหนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าวให้เป็นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับกฎหมายไทย และครอบคลุมการถือครองที่มีมาตั้งแต่ปี 2491 เป็นต้นมา

นางสาวลลิดากล่าวอีกว่า ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนนี้ถือเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนการลงนาม แต่ไม่เข้าลักษณะที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ขัดข้องในหลักการ

“การเห็นชอบครั้งนี้เป็นการยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเมียนมาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกันยาวที่สุดของไทย ช่วยอำนวยความสะดวกต่อภารกิจทางการทูตและกงสุล เสริมสร้างความร่วมมือด้านแรงงาน ความมั่นคงมนุษย์ การค้า การลงทุน และการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกัน พร้อมสะท้อนภาพลักษณ์ของไทยในฐานะรัฐที่เคารพพันธกรณีและกฎหมายระหว่างประเทศ” นางสาวลลิดากล่าว