เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

Lemon Law คุ้มครองยืนข้างผู้บริโภค สินค้าพังเปลี่ยนได้

18 มิ.ย. 2569 | 18:22น.

ครม.ผ่านร่างกฎหมาย Lemon Law คุ้มครองกรณีสินค้าชำรุด ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง
เปลี่ยนหลักให้ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ซ่อมซ้ำซาก-พัง เปลี่ยนใหม่ทันที

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือ กฎหมาย Lemon Law ตามที่ สคบ. เสนอ เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป

ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน โดยได้มอบหมาย ให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้า ตามที่ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เป็นผู้รับผิดชอบในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าแล้วพบปัญหาความชำรุดบกพร่องมักต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าสินค้ามีปัญหาตั้งแต่ต้น ขณะที่การรับประกันสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนด หลายกรณีผู้บริโภคต้องนำสินค้าเข้าซ่อมซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน

หากต้องการใช้สิทธินอกเหนือจากการซ่อมแซม จำเป็นต้องดำเนินคดีในชั้นศาล ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง

กฎหมายฉบับนี้ เปลี่ยนหลักการสำคัญจากเดิมที่ผู้บริโภคต้องพิสูจน์เอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากสินค้าเกิดความชำรุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากความรับผิดชอบของตน

สาระสำคัญ “Lemon Law”

กฎหมายฉบับใหม่นี้ แบ่งการเยียวยาออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ การซ่อมแซม, การเปลี่ยนสินค้า, การลดราคา หรือการเลิกสัญญา ตามลักษณะของปัญหา โดยมีกรอบเวลาคุ้มครองดังนี้

  • ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุด สินค้าทั่วไปคุ้มครองภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ ส่วนรถยนต์ กำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี
  • กรอบเวลาการซ่อมแซม สินค้าทั่วไปและรถจักรยานยนต์ ต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน / รถยนต์ ต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันรับมอบสินค้าไว้ซ่อม (หากเกินกำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิขอลดราคา เลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายได้)
  • สิทธิการขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ทันที กรณีพบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ สินค้าทั่วไปเปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน / เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนได้ภายใน 14 วัน
  • กรณีรถยนต์มีปัญหาด้านความปลอดภัย หากพบข้อบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ชนิดเดียวกัน ให้แก่ผู้ซื้อทันที ถ้าผู้ขายไม่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กว่า 10 ปีที่ผู้บริโภครอคอยกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบคุ้มครองผู้บริโภคไทย จากเดิมที่ประชาชนต้องรับภาระพิสูจน์ความบกพร่องของสินค้าเอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นเมื่อสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะได้รับความเป็นธรรมรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเผชิญกระบวนการทางกฎหมายที่ยุ่งยากเหมือนที่ผ่านมา

“หากซื้อรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วพบว่าสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากหรือรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองอีกต่อไป กฎหมายจะกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่ายไว้อย่างชัดเจน นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ” นางสาวศุภมาส กล่าว

เลมอน ลอว์ หรือ กฎหมายมะนาว

ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า “เลมอน ลอว์” ที่แปลตรงๆได้ว่า “กฎหมายมะนาว” คำนี้มาจากการเปรียบเทียบปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคเวลาซื้อสินค้ามาใหม่ แล้วพอนำมาใช้งานกลับชำรุดเสียใช้การไม่ได้ ไม่สมราคา ถามไถ่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรับผิดชอบก็ยากเย็น เหมือนกับผลมะนาว ที่ดูจากเปลือกภายนอกสีสดใสสวยงามชวนน่ากิน แต่พอฝานเนื้อในออกมาชิมแล้วต้องเบ้ปาก เพราะความเปรี้ยวของมัน

ประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นแนวหน้ากลุ่มประเทศในประชาคมอาเซียนที่มีการออกกฎหมายชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) เมื่อเดือนกันยายน 2555 กฎหมายลักษณะนี้ ไม่ใช่กฎหมายอาญา ที่มีบทลงโทษ แต่เป็นกฎหมายที่ใช้ในทางแพ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค