Data Center-AI-EV หนุนเงินลงทุนต่างชาติไทยทะลุ 1.53 แสนล้านบาท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 5 เดือนแรกปี 2569 ต่างชาติลงทุนในไทย 528 ราย มูลค่า 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สิงคโปร์ขึ้นอันดับหนึ่งเงินลงทุน 36,529 ล้านบาท ตามด้วยจีน 30,023 ล้านบาท และญี่ปุ่น 27,260 ล้านบาท ขณะที่ BOI ยังเป็นช่องทางหลัก ดึงลงทุน 254 ราย มูลค่า 101,658 ล้านบาท หนุนอุตสาหกรรมอนาคต ดิจิทัล AI EV พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวม 528 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวม 153,558 ล้านบาท

การลงทุนดังกล่าวแบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 121 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 407 ราย ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านช่องทางตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI การได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 พบว่า จำนวนการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 102 ราย หรือ 24% จาก 426 ราย เป็น 528 ราย ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จาก 88,943 ล้านบาท เป็น 153,558 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 3,788 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,230 คน หรือ 48% จาก 2,558 คน
สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก หากพิจารณาตามจำนวนราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 87 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าลงทุน 5,982 ล้านบาท โดยลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้างและชั้นวางสินค้าที่ทำจากโลหะ รวมถึงธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนเหล็กหล่อขึ้นรูป และเม็ดพลาสติก
อันดับ 2 คือ จีน 85 ราย คิดเป็น 16% มูลค่าลงทุน 30,023 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจผลิตเครื่องประดับที่ทำจากเงิน ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น อุปกรณ์ระบบส่องสว่าง เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด สายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ท่อเหล็กและชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และ Printed Circuit Board Assembly หรือ PCBA
อันดับ 3 คือ สิงคโปร์ 74 ราย คิดเป็น 14% มูลค่าลงทุน 36,529 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยลงทุนในธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ชิ้นส่วนรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะ ธุรกิจบริการ Data Center ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านคลังสินค้าและประสานงานผู้ให้บริการขนส่งและกระจายสินค้า รวมถึงธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะมีค่ารีไซเคิล โลหะรีไซเคิล โลหะหล่อขึ้นรูป และชิ้นส่วนสำหรับระบบโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง
อันดับ 4 คือ ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 13% มูลค่าลงทุน 27,260 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจวิเคราะห์แผงวงจรของเครื่องจักร ธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ Charging Station สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ และแม่พิมพ์ปั๊มโลหะ
อันดับ 5 คือ ฮ่องกง 48 ราย คิดเป็น 9% มูลค่าลงทุน 9,295 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ธุรกิจบริการพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ รวมถึงธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น โลหะหล่อขึ้นรูป สวิตช์สำหรับยานพาหนะ และผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การลงทุนของต่างชาติส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จำนวน 254 ราย คิดเป็น 48% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 528 ราย มูลค่าลงทุน 101,658 ล้านบาท สอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต หรือ Future Industries เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร
ประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
อันดับต่อมา คือ ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน หรือ Trade and Investment Support Office หรือ TISO กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ หรือ International Business Center หรือ IBC และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ หรือ International Procurement Office หรือ IPO ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญต่อการยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค
อีกกลุ่มคือ ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center และบริการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์ม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล และ AI Services
สำหรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน 161 ราย คิดเป็น 30% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 32 ราย หรือ 25% จาก 129 ราย เป็น 161 ราย
มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC อยู่ที่ 59,939 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 53 ราย มูลค่า 24,640 ล้านบาท ญี่ปุ่น 23 ราย มูลค่า 8,419 ล้านบาท สิงคโปร์ 20 ราย มูลค่า 9,940 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 65 ราย มูลค่า 16,940 ล้านบาท
ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC อาทิ ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น พัดลมที่เป็นส่วนประกอบในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุและเคมีภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับระบบใยแก้วนำแสง และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรอัตโนมัติ และ PCBA
เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในไทย 90 ราย แบ่งเป็นการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 23 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 67 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวม 24,226 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ตามลำดับ
ในเดือนพฤษภาคมยังมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 333 คน และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเฉพาะด้านให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนา AI Model เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้แก่ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในการออกแบบและติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น น้ำยาฟอกไต ริบบอนถ่ายโอนความร้อน หรือ Thermal Transfer Ribbon และอุปกรณ์ระบบส่องสว่าง
รวมถึงธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบถังเก็บและท่อส่งอีเทนเหลว สำหรับโครงการสถานีเก็บอีเทนเหลว และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และตู้โลหะสำหรับใช้บรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า
ภาพรวมการลงทุนต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 จึงสะท้อนว่าไทยยังเป็นฐานการลงทุนสำคัญในภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ดิจิทัล Data Center AI ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิต ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่จะมีบทบาทต่อการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป