เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คมนาคม-คลัง MOU ปลดล็อกเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ 28 สนามบินภูธร ระยะยาว 10-30 ปี

22 มิ.ย. 2569 | 17:54น.

“คมนาคม-คลัง” ปลดล็อก กรมท่าอากาศยาน บริหารที่ราชพัสดุสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง เช่าพื้นที่ได้สูงสุด 10-30 ปี เพิ่มทางเลือกสินค้าและบริการ กระจายรายได้สู่ชุมชน หนุนเศรษฐกิจภูมิภาค

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความตกลง (MOU) ระหว่างกรมธนารักษ์ (ธร.) กับกรมท่าอากาศยาน (ทย.)

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการงานรัฐ ขยายกรอบเวลาให้มีความยืดหยุ่น ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ที่จะได้รับการบริการที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน จะสามารถดึงแบรนด์สินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการได้รวดเร็วขึ้น

ยังสร้างโอกาสให้ชุมชนมีพื้นที่หมุนเวียนสำหรับสินค้าวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัด ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นการแข่งขันที่เป็นธรรม ผู้โดยสารจะได้สินค้าและบริการคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล และเพิ่มทางเลือก รวมถึงโอกาสในการรองรับการเดินทางทางอากาศในธุรกิจใหม่อย่างการให้บริการเครื่องบินน้ำ (Seaplane) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

การมอบอำนาจครั้งนี้ว่าสะท้อนถึงแนวทางใหม่ในการบริหารทรัพย์สินของรัฐ ทำให้กรมท่าอากาศยาน มีความคล่องตัวในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และยกระดับบริการสนามบินภูมิภาค รองรับการเติบโตของการเดินทางและเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เป็นไปตามเป้าหมายในการผลักดัน ให้ท่าอากาศยานภูมิภาคให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค (Airport for Regional Development)

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ระบุว่า การมอบอำนาจครั้งนี้ ซึ่งกรอบอำนาจใหม่ของ กรมท่าอากาศยานลงนามสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนกับเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท มีกรอบระยะเวลาจากเดิมจำกัดครั้งละไม่เกิน 3 ปี ให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม

โดยพื้นที่ภายในอาคารเช่าได้สูงสุด 10 ปี ร้านค้าปลอดภาษีสูงสุด 15 ปี พื้นที่ภายนอกอาคารไม่เกิน 2 ไร่ เช่าได้สูงสุด 20 ปี และเกิน 2 ไร่ เช่าได้สูงสุด 30 ปี มีอำนาจบริหารสัญญาและดำเนินคดีได้ทั้งคดีแพ่ง อาญา และปกครอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ

และเน้นว่า กรมท่าอากาศยาน จะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารและสายการบินได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น การเพิ่มร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ รวมถึงการจัดพื้นที่หมุนเวียนสำหรับวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สนามบินเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจท้องถิ่น” ที่เชื่อมโยงการเดินทางกับการสร้างรายได้ในจังหวัดต่อไป

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานผู้กำกับดูแลที่ราชพัสดุมีภารกิจสำคัญในการบริหารทรัพย์สินของรัฐให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมียุทธศาสตร์ในการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ผ่านกลยุทธ์ VALUE เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน

การจัดทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินการตามกลยุทธ์ VALUE ของกรมธนารักษ์ และเป็นการปรับกลไกการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาท่าอากาศยานในปัจจุบัน โดยการมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถบริหารจัดการพื้นที่และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายที่ราชพัสดุ หลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลของกรมธนารักษ์

สำหรับรายได้ค่าเช่า กรมท่าอากาศยานจะเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งคลัง โดยส่งคืนรายได้ 10% ให้กับกรมท่าอากาศยาน เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการท่าอากาศยานต่อไป ส่วนเรื่องของสัญญาเช่าพื้นที่นั้น กรมท่าอากาศยาน จะร่วมกับกรมธนารักษ์กำหนดอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของนักลงทุนเป็นหลัก