เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผวาเศรษฐกิจไตรมาส 2 ‘ติดลบ’ ครัวเรือน ‘รายได้ลด’ ในรอบ 6 ปี

24 มิ.ย. 2569 | 06:35น.

“สงคราม-เงินเฟ้อ” ทุบเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 “ติดลบ” ซีไอเอ็มบีไทยชี้ลงทุนแผ่ว-ต้นทุนธุรกิจพุ่ง โจทย์ยาก กนง. สื่อสารนโยบายดอกเบี้ย ทิสโก้มอง Q2 จุดต่ำสุดเศรษฐกิจไทยปีนี้ ฟันธงคงดอกเบี้ยยาวถึงกลางปีหน้า EIC เผยภาคครัวเรือน “หนี้ท่วม” รายได้ลดลงในรอบ 6 ปี รัฐบาลเร่งกลไกกรอ.ดันไทยเป็นประเทศรายได้สูงใน 12 ปี ‘เอกนิติ’ สปีดแผนดันลงทุนใหม่ ปั๊มจีดีพีโตสูงกว่า 3% ในปี’73

จับตาจีดีพี Q2 “ติดลบ”

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารประเมินว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ช่วงไตรมาสที่ 2/2569 จะติดลบ 0.5% QOQ (เทียบกับไตรมาสแรก) แต่หากเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนจะโต 1.8% ต่อปี และประเมินว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งปีมีลุ้นเติบโตได้กว่า 2%

“สาเหตุที่ไตรมาส 2 แย่ มาจากการลงทุนที่แผ่วลง หลังเร่งแรงไปช่วงไตรมาสแรก นักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และต้นทุนที่สูง ขณะที่การนำเข้ายังสูง ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่การบริโภคไม่ได้ทรุด ผลจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส”

ดร.อมรเทพกล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 24 มิ.ย. นี้ คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปีต่อเนื่อง จะเป็นลักษณะการปรามตลาดว่า กนง.ไม่ได้เป็นธนาคารกลางที่จะสวนตลาดโลก ที่ขณะนี้มีทิศทางการปรับดอกเบี้ยขาขึ้น เพื่อปราบเงินเฟ้อที่มาจากหลายปัจจัย

“เราไม่ได้จะสวนทางตลาดโลก แต่ก็ต้องพยายามคงดอกเบี้ย เพื่อดูศักยภาพของเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ และมีความเสี่ยงต่าง ๆ ค่อนข้างมาก และเงินเฟ้อของไทยก็มาจากฝั่งอุปทานเป็นหลัก อย่างไรก็ดีไม่ได้ปิดประตู หากอนาคตถ้าความเสี่ยงมากขึ้น มองว่าโจทย์ใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตอนนี้คือจะสื่อสาร ว่าจะรักษาสมดุลอย่างไร ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ โดยไม่ให้ทิศทางการเงินของไทยสวนทางกับตลาดโลก” 

เงินเฟ้อสูงฉับพลันฉุดจีดีพี 

บทวิเคราะห์ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตได้ค่อนข้างช้า  ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.6%  ถือว่าต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ที่น่ากังวลคือ สัญญาณเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2569 หดตัวลง (Real GDP -0.6% QoQ) สาเหตุหลักมาจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน แตะระดับ 3.1% YoY (จากไตรมาส 1 ติดลบ) ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) 10 ปีของไทยทรงตัวระดับสูงที่ 2.10%

สอดคล้องกับ นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ไตรมาส 2 เป็นไตรมาสที่ผลกระทบจากสงครามเข้ามาเต็ม ๆ ทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาน้อยลง การส่งออกไปตะวันออกกลางที่หายไป และราคาน้ำมันพุ่งขึ้นพรวด 9-12 บาท ส่วนมาตรการภาครัฐที่เข้ามาก็มาในเดือนสุดท้ายของไตรมาส

“เทียบกับไตรมาสแรกจีดีพีน่าจะติดลบ 0.6%  โดยน่าจะเป็นแค่ไตรมาสเดียว เพราะไตรมาส 3 ได้ไทยช่วยไทยพลัสมาช่วยเต็ม ๆ ก็น่าจะฟื้น แต่ไตรมาส 4 จะฟุบกลับลงไปเพราะหมดมาตรการช่วยเหลือ แต่ไตรมาส 2 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้”

โดยประเมินว่าทั้งปีเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ที่ 1.8% ดีกว่าเดิมที่คาดว่าจะโตแค่ 1.2% ขณะที่คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไปอย่างน้อยถึงสิ้นปีนี้ และอาจคงดอกเบี้ยยาวไปถึงกลางปี 2570  จากนั้นจะปรับขึ้นได้ประมาณ 2 ครั้ง

กรอ.ปั๊มลงทุนเข็น ศก.โต 3%

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1 ว่า จากการรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน และกำหนดเป้าหมายแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจไทยร่วมกัน โดยระยะยาวตั้งเป้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ภายใน 12 ปี (ปี 2581) พร้อมตั้งเป้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้ติด Top 20 ของโลกภายในปี 2573 และยกระดับศักยภาพการเติบโตเศรษฐกิจให้สูงกว่า 3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.7% 

การประชุม กรอ.จะขับเคลื่อนด้วยทีมเวิร์ก โดยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมีเป้าหมายเดียวกันอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนทีมฟุตบอล ประกอบด้วย กองหลังที่ย้ำเน้นเรื่องวินัยการเงินการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทำเพื่อให้นักลงทุนเชื่อมั่น และมีภูมิคุ้มกันเพียงพอต่อโลกที่ผันผวน

ขณะที่กองกลาง คือโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ได้แก่ เรื่องไฟฟ้า น้ำ เอไอ กฎหมาย ทักษะแรงงาน และเทคโนโลยี  ส่วนกองหน้าได้ร่วมกับภาคเอกชนยกระดับ  7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ประเทศไทยมีจุดแข็งและทำได้ดีอยู่แล้ว ทั้งภาคผลิตและบริการให้เข้มแข็งขึ้น   ได้แก่ 1.เกษตรและอาหาร ที่มีคุณภาพสูง ชูจุดแข็งความมั่นคงทางอาหาร 2.ยานยนต์แห่งอนาคต  3.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล  4.ยกระดับอุตฯ ยาและสุขภาพ จากจุดแข็งเฮลท์แคร์ของประเทศ  5.ท่องเที่ยว พัฒนาสู่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง  6.ยกระดับการค้ากับทั่วโลก และ 7.เศรษฐกิจสร้างสรรค์

โจทย์ใหม่ 4 เครื่องยนต์

สำหรับการทำงาน กรอ.จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การลงทุนใหม่, การค้าและบริการ, พัฒนาทุนมนุษย์ และเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ โดยที่ประชุมเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ โดยนายเอกนิติเป็นประธานอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะ Future Investment Hub ส่งเสริมการลงทุน AI & Digital Hub ต่อยอดจาก Data Center และตั้งเป้าเป็น Financial Hub ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน รวมถึง Green Hub ต่อยอดจากพื้นฐานการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และ Smart Automative Hub

นายเอกนิติกล่าวว่า ในช่วง 4 ปีนี้จะได้เห็นการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายให้มีสัดส่วนการลงทุนใกล้เคียง 30% ของจีดีพี  จากปัจจุบันอยู่ที่ 22% ของจีดีพี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างชัดเจน

ฟื้นตัวแบบ K-Shaped 

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นเล็กน้อยหลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย โดยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.0% จากเดิมประมาณการไว้ที่ 1.7% ซึ่งเป็นผลจากตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกภาคเอกชนที่โตขึ้น แม้มูลค่าการนำเข้าจะสูงขึ้นด้วยก็ตาม

ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 3 จะเห็นเศรษฐกิจไทยโตขึ้นที่ 2.9% จากมาตรการเยียวยาค่าครองชีพของรัฐบาล ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสจากพระราชกำหนดกู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 4 เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงไปที่ 1.1% จากการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงมาก  เป็นผลจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือในเดือน ก.ย. รวมถึงช่วงครึ่งปีหลังจะต้องจับตามาตรการเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐ ที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้า 12.5% กับ 54 ประเทศที่ไม่มีมาตรการกำกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย และปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลถึงรายได้ภาคการเกษตรในปีนี้

แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่จะฟื้นตัวในลักษณะ K-Shaped ชัดเจน หรือฟื้นตัวแบบกระจุกอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี เช่น AI และ Data Center โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกที่เติบโตกระจุกในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล   

ครัวเรือน“หนี้ท่วม-รายได้ลด”

ดร.ยรรยงกล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นจากสถานการณ์สงครามที่คลี่คลายนั้น แต่ภาคครัวเรือนและ SMEs ยังคงเปราะบางอยู่ โดยมองว่าการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องรับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น  สำหรับภาคครัวเรือนไทยอยู่ในภาวะ Debt Deleverage ซึ่งครัวเรือนไทยมีรายได้ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี  ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายลงและระวังการก่อหนี้มากขึ้น และยังพบว่ารายได้ที่รับจากการสนับสนุนของภาครัฐนั้นเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนระดับล่างยังพึ่งพาภาครัฐมากขึ้น ซึ่งก็เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น

หอเชื่อไตรมาส 4 ไม่สะดุด 

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 4 ไม่น่าจะชะงักตามที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากมองว่าสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีแนวโน้มดีขึ้น  ขณะที่รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานหลายชุดเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับภาคเอกชน จึงเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อมรเทพ จาวะลา เงินเฟ้อ