“สุชาติ” สั่งยกระดับรับมือ PM 2.5 ข้ามแดน ตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าที่เวียงจันทน์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับรับมือปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ข้ามแดน ก่อนเข้าสู่ฤดูการเผาปีหน้า มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy ตั้งวอร์รูมหมอกควันไฟป่าแห่งใหม่ที่แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นแห่งที่ 4 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางติดตามจุดความร้อน วิเคราะห์ทิศทางมวลอากาศ และประสานการแก้ปัญหาระดับพื้นที่ระหว่างไทย-ลาว
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ คพ.ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส เพื่อยกระดับการติดตาม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบ โดยล่าสุดได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่า หรือ War Room ณ แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การจัดตั้งวอร์รูมดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 นับเป็นวอร์รูมหมอกควันไฟป่าแห่งที่ 4 ต่อจากแขวงบ่อแก้ว แขวงไซยะบูลี และแขวงหลวงน้ำทา เพื่อรับมือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และหมอกควันไฟป่าข้ามแดน ที่ส่งผลต่อสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวชายแดน
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า ในการดำเนินงานครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานของไทยและ สปป.ลาว ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ แผนบริหารจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง รวมถึงกำหนดแนวทางประสานงานร่วมกันในระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถติดตามและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“วอร์รูมจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศ เพื่อใช้คาดการณ์สถานการณ์ แจ้งเตือน และสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ดร.สุรินทร์กล่าว
ทั้งนี้ วอร์รูมหมอกควันไฟป่าที่แขวงเวียงจันทน์ จะช่วยให้ไทยและ สปป.ลาว สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการดำเนินงานได้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ก่อนเข้าสู่ฤดูการเผาในปีหน้า
ดร.สุรินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า คพ.จะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระดับภูมิภาค อันจะนำไปสู่การลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน