พายุ ‘บาหวี่’ เสริมมรสุมถล่มไทย 10-15 ก.ค. เกษตรฯ เตือนเร่งระบายน้ำ รับฝนหนักถึง ส.ค.
กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรรับมืออิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” แม้ไม่ขึ้นฝั่งไทย แต่จะหนุนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคมนี้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะ 5 จังหวัดฝั่งอันดามันและภาคตะวันตก พร้อมแนะเร่งเตรียมระบบระบายน้ำและวางแผนรับมือฝนต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่จะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและเกิดฝนสะสม
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ที่มรสุมจะมีกำลังแรงที่สุด
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงและเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหาย อาทิ ตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อลดความเสียหายจากลมแรง จัดทำหรือเปิดทางระบายน้ำออกจากแปลงปลูก ป้องกันน้ำท่วมขัง รวมทั้งติดตามสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
นางอัญชลี กล่าวว่า ภาพรวมสภาพอากาศช่วงกลางเดือนกรกฎาคมคาดว่าจะมีฝนตกเฉลี่ย 60-70% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ในเดือนสิงหาคม ปริมาณฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 85% ของพื้นที่ ทำให้พื้นที่เพาะปลูกมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง จึงควรวางแผนป้องกันและบริหารจัดการน้ำในระยะยาว
นอกจากนี้ สถานการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงในปี 2569 ยังเพิ่มความผันผวนของสภาพอากาศ ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติ ทั้งการประเมินความเสียหายของพืชและดิน การฟื้นฟูแปลงปลูก และการผลิตชีวภัณฑ์เพื่อดูแลพืช โดยกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงสนับสนุนการดำเนินงานผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาและเชื้อราเมตาไรเซียมสำหรับป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง
สำหรับกรณีเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นปัจจุบัน สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังได้ ภายหลังจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยต้องดำเนินการภายใน 90 วัน นับจากวันเกิดภัย และสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือผ่านระบบของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมขอให้เกษตรกรติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และประสานสำนักงานเกษตรอำเภอหรือเกษตรตำบลในพื้นที่ทันที หากต้องการคำแนะนำหรือความช่วยเหลือเพิ่มเติม