ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านแนวโน้มรุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ขณะที่สถานการณ์การเดินเรือในช่องแคบบับเอลมันเดบยังคงตึงเครียด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. 69 จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเผยว่า สหรัฐพร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากอิหร่านดำเนินการโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ สหรัฐได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน โดยการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพคูเวตรายงานว่าสามารถสกัดกั้นโดรนโจมตีของอิหร่านได้ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันดิบมากยิ่งขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 86.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.92 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 94.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดยังคงติดตามสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab al-Mandeb) อย่างใกล้ชิด หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่ขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังจีนและอินเดียได้เปลี่ยนเส้นทางหลีกเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง และมุ่งหน้าไปยังคลองสุเอซ (Suez Canal) ท่ามกลางความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศปิดล้อมการเดินเรือบริเวณช่องแคบดังกล่าว
ทั้งนี้ เรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล สหรัฐ หรือซาอุดีอาระเบีย มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกโจมตี ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ซึ่งอาจกระทบการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ท่อส่งน้ำมันดิบ Caspian Pipeline Consortium (CPC) ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบจากคาซัคสถานไปยังท่าเรือในทะเลดำ หยุดการดำเนินงานเนื่องจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณท่าเรือดังกล่าว
โดยรัสเซียอ้างว่าการโจมตีเรือดังกล่าวเป็นแผนของยูเครนที่จะทำให้สถานการณ์ในตลาดน้ำมันโลกไม่มั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ท่อส่งน้ำมันดิบ CPC นับเป็น 80% ของการส่งออกน้ำมันดิบจากคาซัคสถาน และถือเป็นการส่งออกน้ำมันเกือบ 2% ของโลก เพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่อาจตึงตัวมากขึ้น
สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 ก.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล
