สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 สมาพันธ์คนงานรถไฟ (สพ.รฟ.) ออกแถลงการณ์รัฐบาลต้องยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยระบุว่า
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อประกอบ สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และ อู่ตะเภา เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP Net Cost) เงินลงทุนใน
โครงสร้างพื้นฐานและงานระบบ: ประมาณ 224,544 ล้านบาทสัดส่วนที่ภาครัฐร่วมลงทุน: ประมาณ
149,650 ล้านบาท เป็นเงินอุดหนุนงานโยธาและค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน)สัดส่วนที่ภาคเอกชนลงทุน:
ประมาณ 111,994 ล้านบาท ครอบคลุมค่าขบวนรถ งานระบบ และการปรับปรุงแอร์พอร์ตเรลลิงก์เดิม
มูลค่าโครงการ เกิดขึ้นในยุคสมัยของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป้าหมายเพื่อสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)
ได้เปิดให้เอกชนประมูลแข่งขันกันซึ่งมีผู้สนใจแสดงเจตจํานงที่จะร่วมโครงการกว่า 30 บริษัท จากนั้นมีการเจรจากันสุดท้ายก็มี 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จํากัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) และ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์
(BSR Joint Venture)กลุ่มพันธมิตรนําโดยกลุ่มบีทีเอส
ปรากฎว่ากลุ่มซีพี ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน เป็นผู้ชนะการประมูลและเซ็นสัญญาในวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2562
สมาพันธ์คนงานรถไฟ(สพ.รฟ.)และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ(สร.รฟท.) มีเป้าประสงค์ชัดเจนคือต้องการเห็นการปฏิรูประบบการขนส่งของประเทศด้วยการใช้ระบบการขนส่งทางรางเป็นเครื่องมือ เพราะต้นทุนตํ่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และ ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่ ทั้ง สพ.รฟ.และ สร.รฟท.พบเห็นความผิดปกติหลายเรื่อง เช่น
1.เรื่องโครงการที่มีมูลค่าสูงเกินความจําเป็น เป็นภาระต่องบประมาณของแผ่นดิน และหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานก็ได้ให้ความเห็นว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
2.การแข่งขันประมูลโครงการที่มีปัญหาตั้งแต่ต้นตั้งแต่ 30 กว่าบริษัทจนมาเหลือ 2 กลุ่ม และมีเงื่อนไขเรื่องเวลา เรื่องการยื่นซอง เรื่องเทคนิค
3.เรื่องรายละเอียดในสัญญา และสัญญาแนบท้ายที่ไม่เปิดเผย
ที่สุดแล้ว ทั้ง สพ.รฟ.และ สร.รฟท.จึงเสนอให้รัฐโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยดําเนินการเอง ด้วยรูปแบบวิธีที่เหมาะสม รวมทั้งลดขนาดโครงการลงมาไม่จําเป็นต้องยกระดับ ทําแค่ทางคู่ซึ่งทางเดิมก็มีอยู่แล้ว สถานีอู่ตะเภาก็มีอยู่แล้วห่างจากสนามบินเพียง 3 กิโลเมตร ความเร็วระดับปานกลาง
ประมาณ 120-150 กิโลเมตร ก็เพียงพอเพราะระยะทางโครงการก็ประมาณ 220 กิโลเมตรเท่านั้น
ยกระดับ หรือ ลอดจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ กั้นรั้วป้องกันอุบัติเหตุ(เหมือนมอร์เตอร์เวย์) ด้วยประสบการณ์คนทํางานรถไฟ สรุปว่าไม่มีทางที่โครงการนี้จะมีกําไร หรือคุ้มค่าต่อการลงทุนหากผู้
ลงทุนไม่มีเป้าประสงค์อย่างอื่น(ที่ไม่ไดบอกแก่สังคม)
ทางสมาพันธ์คนงานรถไฟ(สพ.รฟ.) เคยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ขอให้ยกเลิกสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟ
ความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งปวงสมาพันธ์คนงานรถไฟ(สพ.รฟ.)จึงเห็นสมควรยกเลิกสัญญาใน
โครงการดังกล่าว แล้วให้การรถไฟดําเนินการเอง ด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม และ ลดขนาด
โครงการดังที่ได้นําเสนอมาโดยตลอด
แม้ว่าเอกชนรายเดิมจะพยายามหาแนวทางที่จะดําเนินการต่อ
แต่ด้วยเงื่อนไข สถานการณ์ และเวลา ได้แสดงออกอย่างแจ่มชัดแล้วว่าไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้
จึงขอให้รัฐบาล ยกเลิกสัญญาและเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้น และขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข้อพึงระวังในโครงอื่นของรัฐ