EVAT ชงมาตรการหนุนอีวี รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยซื้อรถแทน
EVAT จี้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าหลังสิ้นสุด EV 3.5 ในปี 2570 หวังเชื่อมต่อสู่เป้าหมายฐานการผลิต EV ในปี 2573 พร้อมชงคลังแพ็กเกจสนับสนุนรอบใหม่ จากอุดหนุนเงินซื้อรถ มาเป็นช่วยจ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อ ลดภาระผู้บริโภค
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอสเอไอซีมอเตอร์-ซีพี จำกัด (MG) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากมาตรการส่งเสริมปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2570 พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยกล่าวถึงมาตรการ EV 4.0 ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้
โดยสิ่งที่ให้ข้อมูลมีเพียงว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการใหม่เพื่อเชื่อมต่อจากมาตรการเดิม เนื่องจากเป้าหมายการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศถูกกำหนดไว้ในปี 2573 จึงยังมีช่องว่างอีก 3 ปีที่ภาครัฐต้องกำหนดแนวทางสนับสนุนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเร่งให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค โดยมาตรการ EV 3.0 เริ่มปี 2565-2568 สนับสนุนเงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดคันละ 150,000 บาท ควบคู่กับการลดภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้า เพื่อเร่งสร้างตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตที่นำเข้ารถเข้ามาจำหน่าย ต้องลงทุนผลิตรถ EV ในประเทศไทยเพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราที่กำหนด
ส่วนมาตรการ EV 3.5 ใช้ในช่วงปี 2567-2570 โดยยังคงให้เงินอุดหนุนแก่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ปรับลดวงเงินสนับสนุนลง พร้อมเพิ่มเงื่อนไขด้านการผลิตในประเทศให้เข้มข้นขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนโรงงานผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนในประเทศไทยมากขึ้น เป็นการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิต EV ในอาเซียน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี 2570
“มาตรการจะหมดอายุในปี 2570 ขณะที่เป้าหมายของประเทศยังเดินหน้าต่อไปจนถึงปี 2573 ดังนั้นต้องมีมาตรการใหม่เข้ามารองรับ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้รูปแบบใด ไม่เคยพูดว่าจะเป็น EV 4.0 หรือใช้ชื่อโครงการอะไร”
สำหรับแนวทางการส่งเสริมในระยะต่อไป ไม่ควรอุดหนุนเงินซื้อรถยนต์เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ รูปแบบการสนับสนุนควรเปลี่ยนจากกระตุ้นการซื้อ มาเป็นการลดภาระทางการเงินของผู้บริโภค และสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในระยะยาวสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้เสนอแนวทางต่อภาครัฐหลายรูปแบบ
โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การสนับสนุนดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแทนการอุดหนุนเงินดาวน์ หรือเงินส่วนลดให้กับผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนของประชาชน ขณะเดียวกันใช้งบประมาณของรัฐน้อยกว่าการอุดหนุนเงินซื้อรถ
ทั้งนี้ สมาคมได้เสนอแนวคิดให้รัฐบาลร่วมรับภาระดอกเบี้ยบางส่วนในลักษณะเดียวกับโครงการไทยช่วยไทย เช่น หากภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 2,000 บาทต่อเดือน รัฐอาจช่วยรับภาระ 1,200 บาท ขณะที่ประชาชนรับผิดชอบอีก 800 บาท ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยข้อเสนอดังกล่าวได้ส่งถึงกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแล้ว