ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางกลับมาปะทุ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง
ขณะที่การเดินเรือในทะเลแดงยังคงเผชิญความไม่แน่นอน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐและซาอุดีอาระเบียเปิดฉากการโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้กลุ่มผู้ก่อเหตุที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกองทัพสหรัฐ เปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของอิหร่านที่มุ่งเป้าต่อกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลาง
ขณะที่อิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและฐานทัพสหรัฐ ในจอร์แดน อีกทั้งยังปฏิเสธข้อเสนอของโอมาน ในการร่วมบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านเพิ่มเติม โดยขึ้นบัญชีดำหน่วยงาน 10 แห่ง และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านให้ยุติสงคราม
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 29 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 84.46เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +5.20 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 90.74 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดจับตาสถานการณ์การเดินเรือในทะเลแดงอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือพาณิชย์ที่ต้องการสัญจรผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มดำเนินมาตรการดังกล่าว ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า จีนได้เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮูตีเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนสามารถแล่นผ่านทะเลแดงตอนใต้ได้โดยไม่ถูกโจมตี
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค. 69 ปรับลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 404.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018
