เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
Finance หุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวก จับตายีลด์-น้ำมันพุ่ง-บาทอ่อนกดฟันด์โฟลว์
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 68,650 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
สระแก้วท่วม 6 อำเภอ เตือนชุมชนริมน้ำเร่งยกของขึ้นที่สูง หลังอ่างคลองพระสะทึงเกินจุ 121%
เศรษฐกิจภูมิภาค สระแก้วท่วม 6 อำเภอ เตือนชุมชนริมน้ำเร่งยกของขึ้นที่สูง หลังอ่างคลองพระสะทึงเกินจุ 121%
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
Politics อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
Finance SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
Real Estate เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
Politics นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
ดูทั้งหมด

“ศุภจี” ใช้ทูต 13 ประเทศเปิดเกม Fruit Tourism ดันทุเรียนใต้-อาหารไทย สู่ดีมานด์ใหม่ตลาดโลก

10 ส.ค. 2569 | 08:48น.

ผลไม้ไทยกำลังถูกยกระดับจากสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ไปสู่เครื่องมือเชื่อมโยง “การค้า-การท่องเที่ยว-ซอฟต์พาวเวอร์” หลัง กระทรวงพาณิชย์นำคณะเอกอัครราชทูตและผู้แทนจาก 13 ประเทศ ลงพื้นที่ภาคใต้ สัมผัสแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพจริง ภายใต้กิจกรรม “Thailand: The Land of Tropical Fruits” เพื่อสร้างการรับรู้ต่อผลไม้ไทยในระดับนานาชาติ และต่อยอดไปสู่การเปิดตลาดใหม่

โจทย์สำคัญของกระทรวงพาณิชย์ไม่ใช่เพียงการระบายผลผลิตช่วงฤดูกาล แต่คือการสร้าง “ดีมานด์ใหม่” ผ่านประสบการณ์จริง ให้คณะทูตได้เห็น ชิม และสัมผัสผลไม้ไทยถึงสวน ก่อนนำประสบการณ์กลับไปบอกต่อยังผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ผู้นำเข้า และภาคธุรกิจในประเทศของตน โดยเฉพาะในช่วงที่การส่งออกทุเรียนสดไทยยังพึ่งพาตลาดจีนมากกว่า 90% ทำให้การกระจายตลาดไปยังยุโรป เอเชียใต้ กลุ่มประเทศ CIS ลาตินอเมริกา และแอฟริกา กลายเป็นโจทย์เร่งด่วนของผลไม้ไทย

เปิดสวนทุเรียนใต้ รับทูต 13 ประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะเอกอัครราชทูตและผู้แทนจาก 13 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม กัวเตมาลา คาซัคสถาน เคนยา บังกลาเทศ สาธารณรัฐเกาหลี อาเซอร์ไบจาน มัลดีฟส์ ฮังการี คิวบา อิตาลี ศรีลังกา และเวเนซุเอลา เยี่ยมชมแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพของภาคใต้

กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” เพื่อให้คณะทูตได้สัมผัสคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของผลไม้ไทยจากแหล่งผลิตจริง พร้อมเชื่อมโยง “ผลไม้-การค้า-การท่องเที่ยว” ผ่านแนวคิด Fruit Tourism โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม

กระทรวงพาณิชย์มองว่า ประเทศเป้าหมายทั้ง 13 ประเทศมีศักยภาพ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยรวมกว่า 5.26 ล้านคน จึงเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การบริโภค และการค้า โดยคาดหวังให้คณะทูตเป็น “ผู้บอกต่อผลไม้ไทย” ไปยังนักท่องเที่ยว ผู้บริโภค และผู้ซื้อในประเทศของตน

ชิม 9 สายพันธุ์ทุเรียน เก็บข้อมูลรสนิยมตลาด

นางศุภจีกล่าวว่า การนำคณะทูตลงพื้นที่ครั้งนี้ ต้องการเปิดประสบการณ์ให้ผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ได้รู้จักผลไม้ไทยจากพื้นที่จริง โดยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม กรมการค้าภายในได้นำคณะทูตเยี่ยมชมแหล่งผลิตในจังหวัดนครศรีธรรมราช และวันที่ 9 สิงหาคม ได้เดินทางมาที่สวนลุงโหน่ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งรวบรวมทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์จากภาคใต้

กิจกรรมสำคัญคือการให้คณะทูตได้ชิม เปรียบเทียบรสชาติ และให้คะแนนความชื่นชอบทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนทำตลาดส่งออกให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศ

“ทุเรียนไทยมีความพิเศษและมีความหลากหลายอย่างยิ่ง วันนี้เราไม่ได้ต้องการให้ท่านทูตรู้จักเพียงว่าประเทศไทยมีทุเรียน แต่ต้องการให้รู้ว่าทุเรียนแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และนำข้อมูลว่าผู้บริโภคในแต่ละประเทศชื่นชอบรสชาติแบบใด ไปใช้ในการทำตลาดให้ตรงกับความต้องการ” นางศุภจีกล่าว

สำหรับกิจกรรมที่สวนลุงโหน่ง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งบริหารงานโดยนายศิริ เฮ่าสกุล หรือ “นายกโหน่ง” นายกสมาคมทุเรียนใต้ มีพื้นที่กว่า 40 ไร่ และรวบรวมทุเรียนมากถึง 43 สายพันธุ์ คณะทูตได้ชิมทุเรียน 9 สายพันธุ์ ได้แก่ ในวงระนอง บางนรา พระยารัษฎา หมอนทอง ไข่มุกเบตง ยาวลิ้นจี่ ทองย้อยฉัตร ก้านยาว และหมอนทองสะเด็ดน้ำ พร้อมชิมผลไม้ภาคใต้อื่น ๆ เช่น สละ มังคุด และลองกอง

ลดพึ่งจีน เปิดตลาดใหม่ยุโรป-เอเชียใต้-CIS-ลาติน-แอฟริกา

นางศุภจีกล่าวว่า ปัจจุบันการส่งออกทุเรียนสดของไทยยังพึ่งพาตลาดจีนมากกว่า 90% จึงยังมีโอกาสอีกมากในการเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดศักยภาพในยุโรป เอเชียใต้ กลุ่มประเทศ CIS ลาตินอเมริกา และแอฟริกา

การนำคณะทูตมาสัมผัสผลไม้ไทยถึงแหล่งผลิต จึงเป็นการใช้เครือข่ายทางการทูตช่วยเปิดตลาด สร้างความเข้าใจ และต่อยอดไปยังผู้นำเข้า ผู้ค้า ผู้บริโภค และภาคธุรกิจในประเทศต่าง ๆ

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องการยกระดับการทำตลาดจากการขายตาม “ขนาด” ไปสู่การสร้าง “อัตลักษณ์” ของผลไม้แต่ละสายพันธุ์และแต่ละพื้นที่ โดยใช้ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า เพราะแม้เป็นทุเรียนหมอนทองเหมือนกัน แต่หมอนทองจากสุราษฎร์ธานี ยะลา จันทบุรี ระยอง หรือนนทบุรี ก็มีความแตกต่างด้านรสชาติและคุณลักษณะ

“ทุเรียนไม่ได้วัดความอร่อยกันที่ไซส์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลสายพันธุ์ คุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงการเก็บเกี่ยว และการดูแลระหว่างการขนส่ง เราต้องช่วยกันทำให้ตลาดทุเรียนไทยมีความโดดเด่นและแตกต่างจากประเทศอื่น” นางศุภจีกล่าว

ส่งออกทุเรียนแล้ว 1.1 ล้านตัน มูลค่า 1.27 แสนล้าน

สำหรับสถานการณ์ปีนี้ ประเทศไทยสามารถส่งออกทุเรียนแล้วกว่า 1.1 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 127,000 ล้านบาท ขณะที่ผลผลิตทุเรียนภาคใต้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย เหลือประมาณ 20-30% ของฤดูกาล

กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือทุกภาคส่วนเร่งบริหารจัดการผลผลิตที่เหลือให้จำหน่ายได้ตลอดฤดูกาล ในราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ พร้อมเดินหน้ากระจายตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม

นางศุภจีกล่าวว่า ระยะกลางและระยะยาวต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด ทั้งการเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม การทำตลาดล่วงหน้า การกระจายช่วงเวลาผลผลิต และการส่งเสริมการแปรรูป เพื่อบริหารความเสี่ยงจากสภาพอากาศและลดความเสี่ยงด้านราคา

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของทุเรียน เช่น การนำเปลือกไปพัฒนาเป็นปุ๋ย พร้อมเดินหน้าทำ “โซนนิ่ง” ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้ผลผลิตกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกันจนเกิดภาวะอุปทานสูงและกระทบต่อราคา โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการผลิตให้มีตลาดรองรับ

ปลูก “Tree of Friendship” เชื่อมความสัมพันธ์ผลไม้ไทยกับมิตรประเทศ

ภายในกิจกรรม นางศุภจีและคณะทูตยังได้ร่วมกันปลูก “ทุเรียนแห่งมิตรภาพ” หรือ “Tree of Friendship” จำนวน 1 ต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมิตรประเทศ

ต้นทุเรียนดังกล่าวคาดว่าจะให้ผลผลิตในอีกประมาณ 3 ปี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลให้คณะทูตและผู้มาเยือนกลับมาประเทศไทย เพื่อติดตามการเติบโตของต้นทุเรียนและผลผลิต

นางศุภจีกล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งเสริมการขายผลไม้ แต่ต้องการเชื่อมโยง “ผลไม้-การค้า-การท่องเที่ยว” ผ่านแนวคิด Fruit Tourism โดยกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างจัดทำ “ปฏิทินผลไม้ภาคใต้” ให้เห็นว่าแต่ละช่วงเวลาของปี จังหวัดใดมีผลไม้อะไรออกสู่ตลาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางไปสัมผัสผลไม้ในแหล่งผลิตจริง ควบคู่กับการเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

“เราอยากให้ท่านทูตเข้าใจว่าแต่ละจังหวัดในภาคใต้มีอะไรน่าสนใจ และทำปฏิทินทั้งปีว่าช่วงไหนมีผลไม้อะไรออก เมื่อคนชอบผลไม้อะไรก็สามารถเดินทางไปจังหวัดนั้นได้ เป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงผลไม้ไปพร้อมกัน” นางศุภจีกล่าว

มะพร้าวลุงสงค์ ต่อยอดผลไม้สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม

นอกจากสวนทุเรียน คณะทูตยังได้เยี่ยมชมสวนมะพร้าวลุงสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียนรู้การแปรรูปมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สบู่ เทียน ผงสครับ โลชั่น และเซรั่มจากมะพร้าว พร้อมชิมผลิตภัณฑ์และผลไม้ท้องถิ่น

กระทรวงพาณิชย์มุ่งใช้กิจกรรมดังกล่าวสร้างดีมานด์ใหม่ให้กับมะพร้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูป ลดการพึ่งพาตลาดเดิม และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกร

พาทูตสัมผัสอาหารใต้ Fine Dining ร้าน Thai SELECT 3 ดาว

ต่อเนื่องจากภารกิจผลไม้ นางศุภจีเปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะเอกอัครราชทูตจาก 13 ประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2569 ภายใต้กิจกรรม “Thailand: The Land of Tropical Fruits” เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพผลไม้ไทย โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ที่กำลังออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาล พร้อมสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ ขยายโอกาสทางการค้า และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงผลไม้

ในโอกาสนี้ นางศุภจีได้นำคณะเอกอัครราชทูตทั้ง 13 ประเทศ เดินทางไปรับประทานอาหาร ณ ร้านสินธุ์ หรือ Synth ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ระดับ 3 ดาว หรือระดับสูงสุด สะท้อนความโดดเด่นของอาหารไทยทั้งด้านรสชาติ ความประณีต และมาตรฐานการบริการ

เมนูที่ร้านจัดเตรียมต้อนรับคณะทูตเป็นอาหารใต้ร่วมสมัยที่นำวัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นมานำเสนอในรูปแบบ Fine Dining เช่น ข้าวตังหน้าตั้งไอติม เมี่ยงคำกุ้งเจลลี่กระท้อน ไก่กอและย่าง หมูโคกิมจิแกงส้ม ข้าวสังหยดพัทลุงและข้าวหอมมะลิสุรินทร์ รวมถึงของหวานอย่างเบนเญ่กล้วยหอมทอด เสิร์ฟคู่ชาเปลือกโกโก้

“สินธุ์” โมเดลยกระดับวัตถุดิบใต้ สู่ประสบการณ์อาหารระดับสากล

ร้านสินธุ์ก่อตั้งขึ้นในปี 2566 โดยตระกูลประดิษฐพงษ์ มีเชฟบอส-กฤต ลูกชายคนสุดท้อง เป็นหัวหน้าเชฟ นำเสนออาหารใต้ร่วมสมัย หรือ Southern Contemporary Cuisine ในรูปแบบ Fine Dining โดยมีแนวคิดยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นและอาหารใต้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเปลี่ยนสุราษฎร์ธานีจากเมืองทางผ่านให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหาร

เมนูของร้านได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารใต้และอาหารใต้โบราณ ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของจังหวัด เช่น หอยนางรมสุราษฎร์ฯ กุ้งแม่น้ำตาปี และปูม้า รวมถึงวัตถุดิบที่เป็นสินค้า GI มาประยุกต์ด้วยเทคนิคการประกอบอาหารสมัยใหม่และศาสตร์การทำอาหารจากหลายประเทศ ก่อนนำเสนอในรูปแบบ Fine Dining เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรและประมงในท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน ร้านยังให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหาร หรือ Food Waste และสนับสนุนเกษตรกร ชาวประมง และผู้ผลิตในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นางศุภจีกล่าวว่า อาหารไทยเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศที่สามารถเชื่อมโยง “อาหาร-การค้า-การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกัน การนำคณะทูตมาสัมผัสอาหารไทยและวัตถุดิบท้องถิ่นถึงพื้นที่ จะช่วยสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ตลอดจนคุณภาพและความหลากหลายของวัตถุดิบไทย และสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางการค้าและการท่องเที่ยวในอนาคต

โดยเฉพาะการผลักดันอาหารไทยให้เป็น Soft Power ที่สร้างรายได้กลับสู่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชน

สุราษฎร์ธานีมี Thai SELECT 11 ร้าน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT รวม 11 ร้าน แบ่งเป็น Thai SELECT 3 ดาว จำนวน 1 ร้าน และ Thai SELECT 1 ดาว จำนวน 10 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย บ้านตาขุน กาญจนดิษฐ์ และพนม สะท้อนศักยภาพด้านอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นของจังหวัดที่สามารถต่อยอดเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวและ Soft Power ได้

ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นเครื่องหมายรับรองร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐาน แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Thai SELECT 1 ดาว “รสชาติไทยแท้ มาตรฐานมั่นใจ” Thai SELECT 2 ดาว “รสชาติไทยสร้างสรรค์ บริการมืออาชีพ” และ Thai SELECT 3 ดาว “รสชาติไทยสุดประณีต สัมผัสประสบการณ์ชั้นเลิศ” โดยตราสัญลักษณ์มีอายุ 3 ปี

จากผู้มาเยือน สู่ผู้บอกต่อผลไม้ไทย

ภาพรวมกิจกรรม “Thailand: The Land of Tropical Fruits” จึงเป็นมากกว่าการพาคณะทูตลงสวนผลไม้ แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์เพื่อสร้างความเข้าใจต่อผลไม้ไทย อาหารไทย และวัตถุดิบท้องถิ่นในมิติการค้าและการท่องเที่ยว

การให้ทูต 13 ประเทศได้ชิมทุเรียน 9 สายพันธุ์ เห็นสวนที่รวบรวมทุเรียน 43 สายพันธุ์ เยี่ยมชมการแปรรูปมะพร้าว และสัมผัสอาหารใต้ Fine Dining ในร้าน Thai SELECT 3 ดาว คือการใช้ “ประสบการณ์จริง” เป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อเปลี่ยนผู้มาเยือนให้เป็นผู้บอกต่อ

จาก “ผู้มาเยือน” สู่ “ผู้บอกต่อ” จาก “ประสบการณ์” สู่ “ดีมานด์” และจาก “ดีมานด์” สู่ “ตลาดใหม่” คือโจทย์สำคัญของการใช้การทูตเชื่อมโยงผลไม้ไทยกับการท่องเที่ยวและการค้า หากทำได้ต่อเนื่อง ผลไม้ไทยจะไม่ใช่เพียงสินค้าตามฤดูกาล แต่จะกลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทั่วโลกรอคอย และเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสถึงแหล่งผลิตในประเทศไทย