นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
จับตาสถานการณ์น้ำนครพนม หลัง 15 ส.ค. 2569 วัดฝนสูงสุดภาคอีสาน 84 มม. ขณะที่ สทนช.คาด 18-20 ส.ค. ภาคเหนือ-อีสานฝนเพิ่มและตกหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก “สุริยะ-วัชระพล” ลงพื้นที่เร่งแผนรับมือระยะยาว สั่งฟื้นอ่างเก็บน้ำห้วยก้านเหลือง-ห้วยศรีคุณ เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำ หลังนครพนมมีพื้นที่ได้ประโยชน์จากระบบชลประทานเพียงประมาณ 20% พร้อมเดินหน้าแก้ห้วยฮ่องฮอ 17 กม. รับทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครพนม พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บและกระจายน้ำในพื้นที่ หลังปัจจุบัน จ.นครพนม มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานเพียงประมาณ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยได้มอบหมายกรมชลประทานจัดทำแผนฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำห้วยก้านเหลืองและอ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณ อ.นาแก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน
การเร่งแผนบริหารจัดการน้ำเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ฝนที่ต้องติดตาม โดยรายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. จ.นครพนม มีปริมาณฝน 84 มม. สูงสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรายงานดังกล่าว
ขณะที่ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก โดยฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมถึงมีความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 18-20 สิงหาคม 2569 คาดว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ฟื้น 2 อ่างเก็บน้ำ เพิ่มพื้นที่รับน้ำ
นายสุริยะกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามแผนพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยก้านเหลืองและอ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ รวมถึงพัฒนาพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของประชาชน
พร้อมมอบหมายกรมชลประทานจัดทำแผนฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ขณะเดียวกันมีแนวทางต่อยอดพื้นที่เป็นแลนด์มาร์คและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยปัจจุบันแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์และพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับศักยภาพพื้นที่ชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี” นายสุริยะกล่าว
ชลประทานนครพนมครอบคลุมเพียง 20%
นายสุริยะกล่าวว่า นครพนมเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีรายได้หลักจากภาคการเกษตรและป่าไม้ แต่ปัจจุบันพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานยังมีเพียงประมาณ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บและกระจายน้ำ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และรองรับการขยายตัวของภาคเกษตรในอนาคต
ทั้งนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานเร่งเตรียมความพร้อมโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ ตั้งแต่การพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ การสำรวจและออกแบบ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน พร้อมเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสะท้อนความต้องการ แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางต่อการดำเนินโครงการ
แก้ “ห้วยฮ่องฮอ” 17 กม. รับทั้งท่วม-แล้ง
สำหรับโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในเขตเศรษฐกิจนครพนม หรือห้วยฮ่องฮอ ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบตามหลักวิศวกรรมอย่างละเอียด โดยเตรียมบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งควบคู่กัน
พร้อมกันนี้ มีแนวทางยกระดับลำห้วยฮ่องฮอเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ เพื่อขยายโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดแนวลำน้ำระยะทาง 17 กิโลเมตร
นายสุริยะกล่าวว่า ได้มอบหมายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
อ่างทั่วประเทศมีน้ำ 59% อีสานอยู่ที่ 48%
รายงานจาก สทนช. ระบุอีกว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 47,827 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 23,705 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42%
เมื่อแยกรายภาค ภาคเหนือมีน้ำ 15,772 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 57% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,829 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 48% ภาคกลาง 623 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 33% ภาคตะวันออก 1,503 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 47% ภาคตะวันตก 19,322 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68% และภาคใต้ 4,778 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 62%
สำหรับพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 14-16 สิงหาคม 2569 มากกว่า 200 มม. ใน 10 ลำดับแรก พบใน จ.ตราด บริเวณ อ.คลองใหญ่ และ อ.เมืองตราด จ.กาญจนบุรี บริเวณ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ รวมถึง จ.ตาก บริเวณ อ.อุ้มผาง
ดันศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว-เชื่อมท่องเที่ยวริมโขง
นายสุริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครพนม เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีและมีคุณภาพให้แก่เกษตรกร พร้อมผลักดันการเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น
รวมถึงเตรียมทบทวนการจัดโครงการ “ดอกไม้บานริมฝั่งโขงนครพนม” เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยใช้ศักยภาพของนครพนมซึ่งติดแม่น้ำโขงและมีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว เชื่อมโยงสินค้าเกษตรกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน




