AWC ชี้ท่องเที่ยวครึ่งปีหลังปัจจัยบวกเพียบ เล็งตั้งกองรีท 5 หมื่นล้านหนุนการเติบโตระยะยาว
AWC ชี้แนวโน้มท่องเที่ยวครึ่งปีหลังปัจจัยบวกเพียบ ทั้งมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ การเพิ่มเที่ยวบินจากจีน รวมถึงการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักเดินทางคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย เร่งสปีดการเติบโตรอบทิศ พร้อมรุกเพิ่มมูลค่าและศักยภาพพอร์ตโฟลิโอ ล่าสุดศึกษาตั้งกอง REIT มูลค่า 5 หมื่นล้านหนุนเติบโตระยะยาว
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ การเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศจีน รวมถึงการจัดประชุมและอีเวนต์ระดับโลกที่จะช่วยสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักเดินทางคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย
เพิ่มศักยภาพพอร์ตโฟลิโอ
โดยบริษัท AWC จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินคุณภาพและเสริมศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ สอดคล้องกับกลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ที่มุ่งสร้างการเติบโตจาก 2 รูปแบบ คือ การเติบโตจาก Organic Growth และการเติบโตจาก Inorganic Growth
การเติบโตจาก Organic Growth บริษัทมุ่งบริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสามารถในการเร่งพัฒนาทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น การดำเนินงาน (Ramp Up) และทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด (Repositioning) ให้เข้าสู่ระดับการดำเนินงานปกติ (BAU)
ส่วนการเติบโตจาก Inorganic Growth นั้นจะเน้นขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่าน 4 แนวทางหลัก
ประกอบด้วย 1.การเร่งพัฒนาทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นทรัพย์สินดำเนินงาน (Operating Asset) โดยบริษัทมีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากเปิดดำเนินการทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง 2.ความสามารถในการปรับปรุงทรัพย์สิน เพื่อยกระดับศักยภาพในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทมีศักยภาพในการปรับปรุงทรัพย์สินด้วยความได้เปรียบทั้งในด้านต้นทุนต่อ ตร.ม. และต้นทุนเฉลี่ยต่อโครงการที่ต่ำกว่าคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน ส่งผลให้โครงการที่เปิดดำเนินงานแล้วสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้น
3.สิทธิในการเข้าซื้อทรัพย์สินคุณภาพสูงภายใต้ข้อตกลง ROFR Agreement (ข้อตกลงที่ให้สิทธิแก่คู่สัญญาหรือผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิได้ซื้อก่อน) โดยบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตผ่านแผนการลงทุนภายใต้ข้อตกลง GRANT OF RIGHT (GOR) Agreement ในการเข้าถึงทรัพย์สินศักยภาพสูงของกลุ่ม TCC เพื่อเสริมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
และ 4.การเข้าลงทุนซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ เพื่อขยายโอกาสในการเติบโต บริษัทมีศักยภาพในการลงทุนเข้าซื้อโครงการขนาดใหญ่ที่มีโอกาสในการพัฒนารีแบรนด์และสร้างเพิ่มมูลค่าในระยะยาว โดยนับตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนเข้าซื้อ 6 โครงการ

ตั้งกอง REIT หนุนเติบโตระยะยาว
นางวัลลภากล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อประกอบธุรกิจเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด (AWR) ด้วยทุนจดทะเบียน 29,999,990 บาท โดยภายหลังจากการจัดตั้งบริษัทย่อยแล้วเสร็จบริษัทย่อยจะเตรียมการและศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่อไป
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทรัพย์สินที่จะจำหน่ายให้กองทรัสต์ ซึ่งหากการจัดตั้ง ดำเนินไปตามแผนบริษัท คาดว่ามูลค่าของรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่จะจำหน่ายให้กองทรัสต์ ในเบื้องต้นจะอยู่ภายในวงเงิน 50,000 ล้านบาท โดยคาดจัดตั้งภายในเดือนสิงหาคม 2569
“AWR จะเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการถือครองทรัพย์สินประเภทกรรมสิทธิ์ขาด หรือ Freehold คุณภาพสูงของ AWC ที่มีผลการดำเนินงานและประวัติการสร้างรายได้ที่ดี ครอบคลุมทั้งทรัพย์สินมิกซ์ยูสในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่อง และรองรับการเติบโตของพอร์ตทรัพย์สินในระยะยาว” นางวัลลภากล่าว
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการวางโครงสร้างบทบาทของธุรกิจอย่างชัดเจน ภายใต้หลักการกำกับดูแลที่บริษัทให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดย AWR มุ่งเน้นบทบาทในการถือครองและบริหารทรัพย์สินที่ดำเนินงานแล้วและมีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ AWC มุ่งเน้นบทบาทในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของบริษัทในการพัฒนาโครงการใหม่และสร้างทรัพย์สินคุณภาพเข้าสู่พอร์ตในอนาคต

มุ่งผนึกพันธมิตรระดับโลก
สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนศักยภาพกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ด้วยการเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง พร้อมสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ
อาทิ ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา “Kung Fu Panda” ใจกลางเยาวราช และ “DreamWorks Water Park” ริมหาดพัทยา ความร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัว Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK? ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในปี 2570
รวมถึงโครงการ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” และ MONA Bangkok ร่วมกับ MONA จากออสเตรเลีย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัว Moxy Pattaya The Aquatique เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลกและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน