เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
Biz Movement CRC ทุ่ม 49,000 ล้าน ขยายพอร์ตค้าปลีกเวียดนาม ดันโมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตรับกำลังซื้อโต
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
Finance GCAP GOLD ประเมินทองอยู่ช่วงพักฐานลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ จับตาแนวรับ 68,000–67,300 บาท
ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
Politics ศุภจี​ ชี้ปรับทัพ “บิ๊กพาณิชย์“ มุ่งเคลื่อนนโยบาย มั่นใจไร้แรงกระเพื่อมภายใน
สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
Politics สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
Economic หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
Economic ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
ดูทั้งหมด

อุตฯ ชู ONE MIND ด้าน “คูโบต้า” ส่งตัว SH-K1 รถตัดอ้อย รับเทรนด์อ้อยสด-โลว์คาร์บอน

11 ก.ย. 2569 | 10:12น.

สยามคูโบต้าเปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1” รองรับการเก็บเกี่ยว 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดู ชูจุดขายลดการพึ่งพาแรงงานและช่วยลดต้นทุนราว 30% เมื่อเทียบกับแรงงานคน พร้อมหนุนทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดและ Zero Burn ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมชี้อ้อยยังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ฤดู 2568/2569 มีอ้อยเข้าหีบ 105.86 ล้านตัน เป็นอ้อยสด 96.20%

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND” เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ เกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงสถาบันการเงิน ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

เป้าหมายคือยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

อ้อยยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่ภาคการผลิตยังเผชิญความท้าทายทั้งการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิต และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการเผาอ้อยซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหา PM2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อ้อยสดพุ่ง 96.20% อ้อยเผาเหลือ 3.80%

นายใบน้อยกล่าวว่า ในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ประเทศไทยมีอ้อยเข้าหีบมากกว่า 105.86 ล้านตัน แบ่งเป็นอ้อยสด 96.20% ขณะที่อ้อยเผาลดลงเหลือ 3.80%

การเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดไม่ได้ช่วยเพียงลดปัญหาฝุ่น แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพและมูลค่าของอุตสาหกรรม เพราะอ้อยสดสามารถรักษาค่าความหวานและคุณภาพวัตถุดิบได้ดีกว่า

ข้อมูลภาครัฐระบุว่า ในฤดูการผลิต 2568/2569 การรับอ้อยสดเข้าหีบที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มจาก 110 กิโลกรัม เป็น 113 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7%

เมื่อพิจารณาจากปริมาณอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน การเพิ่มประสิทธิภาพในระดับหน่วยจึงสามารถสร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ลดสูญเสีย-เพิ่มรายได้ตลอดห่วงโซ่

นายใบน้อยระบุว่า อ้อยสดยังช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพระหว่างรอส่งเข้าโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากค่าความหวานเพิ่มขึ้น

ขณะที่โรงงานน้ำตาลสามารถบริหารวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเปลี่ยนผ่านสู่อ้อยสดจึงเป็นทั้งมาตรการลด PM2.5 และกลไกเพิ่มผลิตภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รับจ้างเก็บเกี่ยว โรงงานน้ำตาล ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

คูโบต้าดัน SH-K1 รับโจทย์ขาดแรงงาน

นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี และองค์ความรู้ของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรับมือกับต้นทุน แรงงาน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

สยามคูโบต้าจึงเดินหน้าจากบทบาทผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร สู่การเป็น Total Agri-Solutions Partner ที่เชื่อมทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และบริการหลังการขายเข้าด้วยกัน

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่บริษัทให้ความสำคัญ จึงพัฒนารถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” เพื่อสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนอ้อยสด ลดการเผา และยกระดับประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยว

นายคาซึโนริกล่าวว่า การเปิดตัว SH-K1 ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 และยกระดับประเทศไทยให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค

173 แรงม้า ตัดสูงสุด 30 ตัน/ชม.

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลต้องรับมือกับทั้งสถานการณ์โลก ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ปัจจัยการผลิต สภาพอากาศ และการแข่งขันจากพืชทางเลือก

ในระดับไร่อ้อย ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวจำกัด และการรักษาคุณภาพตออ้อยสำหรับการผลิตในรอบต่อไป

รถตัดอ้อย SH-K1 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ใช้เครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า รองรับอัตราการตัด 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือประมาณ 12-24 ไร่ต่อวัน

สามารถครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวได้มากกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต และช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

คุมระดับตัด รักษาตออ้อยรอบถัดไป

SH-K1 มาพร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตอสำหรับการเจริญเติบโตในรอบถัดไป

รวมถึงมีเกลียวแยกอ้อยที่รองรับการตัดอ้อยล้มและช่วยลดโอกาสการตัดผิดร่อง

นางวราภรณ์กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อ้อยสด

ตั้งเป้าหนุน Zero Burn-เกษตรคาร์บอนต่ำ

สยามคูโบต้าตั้งเป้าให้ SH-K1 ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อยสด ทั้งในกลุ่มเกษตรกร ผู้รับจ้าง และผู้ประกอบการอ้อย

เป้าหมายคือรองรับทิศทางอุตสาหกรรมที่ต้องการลดสัดส่วนอ้อยเผาไปสู่ Zero Burn และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรไทยสู่ Low Carbon Agriculture

พร้อมต่อยอดตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับพืชอุตสาหกรรมในระยะยาว

“นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ และต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง SH-K1 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำความเข้าใจในการทำงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และสนับสนุนการตัดอ้อยสด” นางวราภรณ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ONE MIND คูโบต้า รถตัดอ้อย