ITD ชงพาณิชย์ปรับเกมดึง FDI รับทุนเข้า AI-ดาต้าเซ็นเตอร์
ITD ระดมความคิดเห็นนักวิชาการ-ผู้เชี่ยวชาญ-ภาคธุรกิจ เตรียมวิเคราะห์ต่อยอดเป็น Policy Recommendation เสนอกระทรวงพาณิชย์ หวังแปลงสู่มาตรการยกระดับยุทธศาสตร์ดึงลงทุนไทย จากเน้น “เม็ดเงิน FDI” สู่การลงทุนที่นำเทคโนโลยี ทักษะและมูลค่าเพิ่มเข้าประเทศ หลังทิศทางเงินทุนโลกเปลี่ยนเข้าสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์-เซมิคอนดักเตอร์-แร่สำคัญ-พลังงาน ชี้ไทยต้องสร้างแต้มต่อแข่ง ปท.เพื่อนบ้าน ดึงเม็ดเงินลงทุนสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่
นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า ITD ร่วมกับ Harvard Club of Thailand และ UN Trade and Development (UNCTAD)
จัดสัมมนาวิชาการนานาชาติ “Global Investment Trends and Thailand’s Strategic Opportunities : Insights from UNCTAD’s World Investment Report 2026” เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนโลก และแนวทางยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุนของประเทศไทย ซึ่ง ITD จะนำทั้งข้อมูลจากรายงานและความคิดเห็นที่ได้จากเวทีมาวิเคราะห์ และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือ Policy Recommendation ก่อนส่งต่อไปยังกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในโจทย์ที่ ITD ต้องการผลักดัน คือ การเปลี่ยนแนวทางดึงดูดการลงทุนของไทยจากการมุ่งเพิ่มปริมาณเงินลงทุน ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่สามารถดึงดูดการลงทุนที่มีเทคโนโลยี ทักษะ และมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงพิจารณามาตรการสนับสนุนธุรกิจไทยออกไปลงทุนและสร้างเครือข่ายในตลาดต่างประเทศ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานและทิศทางเงินทุนโลก
นายสุภกิจกล่าวว่า ปัจจุบันการตัดสินใจลงทุนระหว่างประเทศไม่ได้พิจารณาเฉพาะต้นทุนการผลิตหรือขนาดของตลาด แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงด้านพลังงาน ศักยภาพด้านนวัตกรรม และทักษะแรงงาน ดังนั้นการดึง FDI เข้ามาในประเทศจึงต้องพิจารณาถึงผลที่เศรษฐกิจไทยจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี การยกระดับทักษะบุคลากร การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
สำหรับผลจาก WIR 2026 ที่จะถูกนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอ ระบุว่า ในปี 2568 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกมีมูลค่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 2 ปี ขณะที่โครงสร้างการลงทุนกำลังเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ทั้ง AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุสำคัญ และเทคโนโลยีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ข้อมูลใน WIR 2026 ยังระบุว่า กลุ่ม Strategic Sectors มีสัดส่วน 44% ของมูลค่าโครงการ Greenfield Investment ทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2563 สะท้อนให้เห็นว่าเงินลงทุนไม่ได้ฟื้นตัวอย่างกระจายตัวเท่าเทียมกัน แต่กำลังมุ่งเข้าสู่บางประเทศและบางอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ซึ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ยังมีโอกาสรับ FDI ค่อนข้างสูง แต่การเติบโตมีแนวโน้มเกิดขึ้นเฉพาะบาง Sector โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์และ AI ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีลักษณะ “แนวลึก” มากกว่าการกระจายตัวในธุรกิจวงกว้าง และอาจไม่ได้ทำให้การจ้างงานขยายตัวในวงกว้างตามมาด้วย
สำหรับการแข่งขันเพื่อดึงการลงทุนดังกล่าว ไทยต้องกลับมาพิจารณาความพร้อมทั้งด้านกฎหมาย กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงต้องสร้างความแตกต่างจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ไม่ใช่พึ่งสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพียงด้านเดียว
“ITD จึงจะนำประเด็นเหล่านี้กลับไปวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล WIR 2026 และความคิดเห็นจากเวที ก่อนพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายส่งต่อกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากประเทศไทยสามารถสร้างความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร นวัตกรรม และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับการลงทุนจากต่างประเทศได้ การลงทุนที่เข้ามาจะกลายเป็น ‘เครื่องยนต์ใหม่’ ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”