คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
กรมควบคุมมลพิษเร่งเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมัน ถังเก็บน้ำมัน สถานที่เก็บสารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตรายในพื้นที่น้ำท่วม กทม.และพื้นที่ประสบภัย หวั่นระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้ถังหรือระบบจ่ายเสียหาย จนเกิดการรั่วไหลปนเปื้อนน้ำท่วมขัง คูคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะ พร้อมนำบทเรียนจากอุทกภัยปี 2554 มาใช้รับมือ หากพบคราบน้ำมัน กลิ่นสารเคมี หรือสีของน้ำผิดปกติ แจ้งสายด่วน 1650
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบด้านมลพิษจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ประสบอุทกภัยอื่น ๆ โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่จัดเก็บสารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตราย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ความเสี่ยงสำคัญคือการรั่วไหลหรือเคลื่อนย้ายของสารปนเปื้อนลงสู่น้ำท่วมขัง ระบบระบายน้ำ คูคลอง และแหล่งน้ำสาธารณะ โดยได้ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและระงับเหตุโดยเร็ว หากพบความผิดปกติ
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง คพ.จึงเพิ่มการเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม
จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน ถังเก็บน้ำมัน ระบบท่อและอุปกรณ์จ่ายน้ำมัน รวมถึงสถานที่จัดเก็บสารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลและแพร่กระจายไปกับน้ำท่วม
คพ.จะเน้นตรวจสอบพื้นที่สถานีบริการน้ำมันที่มีน้ำท่วมเข้าใกล้ถังเก็บหรือระบบจ่ายน้ำมัน พื้นที่เก็บสารเคมีที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงภาชนะหรือถังเก็บที่อาจลอยตัวหรือได้รับความเสียหาย
พร้อมกันนี้ จะเฝ้าระวังบริเวณน้ำท่วมขังที่พบคราบน้ำมัน กลิ่นสารเคมี หรือมีความผิดปกติของสีและสภาพน้ำ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปนเปื้อน
“ขณะนี้เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังและตอบโต้เหตุอย่างใกล้ชิด คพ.จะติดตามพื้นที่น้ำท่วมที่มีแหล่งกำเนิดมลพิษอยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันและสถานที่เก็บสารเคมี”
ดร.สุรินทร์กล่าวว่า หากพบการรั่วไหลหรือมีแนวโน้มจะเกิดการปนเปื้อน คพ.จะเร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิด ป้องกันการแพร่กระจาย และพิจารณาตรวจสอบคุณภาพน้ำและการปนเปื้อนตามความเหมาะสม
คพ.ยังนำบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2554 มาใช้ในการรับมือ โดยครั้งนั้นได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาปัญหามลพิษในพื้นที่ประสบอุทกภัย และจัดหน่วยปฏิบัติการสำหรับตรวจสอบปัญหาน้ำเสีย ขยะมูลฝอย สารเคมี และคุณภาพน้ำ
รวมถึงมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสารเคมี เพื่อรองรับกรณีเกิดการปนเปื้อนจากสารเคมีโดยเฉพาะ
คพ.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและสถานประกอบการที่จัดเก็บสารเคมี ตรวจสอบสถานที่ ถังเก็บ และอุปกรณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงน้ำท่วม
หากพบถังหรือภาชนะบรรจุเสียหาย มีน้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล หรือพบคราบน้ำมันและกลิ่นสารเคมีในพื้นที่น้ำท่วม ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าควบคุมเหตุ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเข้าใกล้บริเวณที่สงสัยว่ามีสารเคมีปนเปื้อน
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุมลพิษ ทั้งน้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหล คราบน้ำมันในน้ำท่วมขัง น้ำเสีย หรือการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการต่อไป