หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
หอการค้าจังหวัดเลยเสนอเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว เกษตร และการค้าหวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยงการค้าชายแดนสู่ สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้
นายณัฐพล เหลืองวงศ์ไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดเลย กล่าวว่า ต้องการผลักดันโครงการที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดขนาดเล็ก ผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรวันที่ 2-3 พ.ย. 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ยังซบเซา
ขยายสนามบิน-กระเช้าภูกระดึง
นายณัฐพลกล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์โครงการนำเสนอคือ “สนามบินเลย” เนื่องจากเป็นช่องทางเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเข้าสู่จังหวัด แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน
แนวทางที่ต้องการผลักดันคือการขยายอาคารผู้โดยสารและปรับปรุงทางวิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ เช่น หมอกในช่วงฤดูหนาว
ปัจจุบันมีเพียงสายการบินแอร์เอเชียที่ให้บริการ และเครื่องบินของสายการบินอื่นบางประเภทมีข้อจำกัดในการลงจอดจากสภาพทางวิ่ง จึงควรศึกษาแนวทางพัฒนา เบื้องต้นคาดว่าจะใช้วงเงินในระดับหลักพันล้านบาท
ขณะที่โครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง นายณัฐพลบอกว่า มีความสำคัญต่อการยกระดับการท่องเที่ยวมาก เพราะภูกระดึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่การเดินทางขึ้นต้องใช้เวลาและกำลังร่างกายมาก การมีระบบกระเช้าจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและขยายฐานผู้มาเยือนให้หลากหลายขึ้น ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะมีความชัดเจนประมาณกลางปี 2570 หากขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินไปตามแผนอาจเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2570 และตั้งเป้าเปิดให้บริการประมาณปี 2573 คาดว่าจะใช้งบฯ ลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท
ต่อยอดประเพณีผีตาโขน
อีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนา คือการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะประเพณีผีตาโขน ซึ่งเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว จึงผลักดันการตั้งพิพิธภัณฑ์หน้ากากจังหวัดเลย และการจัดเทศกาลหน้ากากนานาชาติ เพื่อเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเลยกับต่างประเทศ เช่น บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าใช้วงเงิน 10 ล้านบาท การจัดกิจกรรมนี้จะรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้
ลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่าเกษตร
ขณะที่การยกระดับภาคเกษตรกรรม นายณัฐพลกล่าวว่า จำเป็นต้องพิจารณาตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการหาตลาดรองรับ โดยเฉพาะ “กาแฟ” สินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียง พร้อมสนับสนุนการนำความรู้และเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาคุณภาพและรูปแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาด ตลอดจนให้เกษตรกรมีต้นทุนเหมาะสมและมีช่องทางจำหน่ายที่มั่นคง
วางเป้าหมายประตูสู่จีนตอนใต้
นายณัฐพลกล่าวต่อว่า สำหรับเส้นทางคมนาคม ถนนเชื่อมจังหวัดใกล้เคียงควรศึกษาแนวทางขยายถนนจาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร ขณะเดียวกันมีแนวคิดพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบแม่น้ำโขง หรือ “Romantic Route” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนริมโขง ตั้งแต่จังหวัดเลยไปยังบึงกาฬ ไปจนถึงพื้นที่อีสานตอนล่าง
ส่วนโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 7 บริเวณ อ.ปากชม มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้าชายแดน โดยวางตำแหน่งพื้นที่ให้เป็น “ประตูสู่จีนตอนใต้” ผ่านเส้นทางที่เชื่อมโยง สปป.ลาว และเวียดนาม ไปยังตลาดจีนตอนใต้